การบริหารจัดการที่ดีต้องพร้อม”เปิดใจ”

บริหารจัดการ เปิดใจ

ตามทฤษฎีบริหารองค์กร มีความเชื่อว่าระบบการทำงานแบบเปิดใจ (แบบที่เมื่อได้รับผลกระทบจากภายนอก) มีแนวโน้มจะทำให้องค์กรและแรงขับเคลื่อนภายในมีมากขึ้น ในขณะที่ระบบปิดจะทำได้แค่เพียงคอยประคองหรือทำให้แรงขับเคลื่อนในการทำงานลดลง กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า

ความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับความสามารถที่องค์กรจะสร้างสรรค์แรงขับเคลื่อนและทำให้แรงขับเคลื่อนนั้นคงอยู่ในองค์กรด้วยการเปิดใจให้กว้างและการตอบสนอง (feedback)

ฟังดูแล้วอาจจะดูเป็นวิชาการ เจ้าของธุรกิจครอบครัวจะนำหลักนี้ไปใช้ได้อย่างไร ในขณะที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของครอบครัวและความต้องการของบุคคลภายนอก โครงสร้างการบริหาร 3 ขา ต่อไปนี้จะช่วยท่านเจ้าของกิจการบริหารงานอย่างโปร่งใสและเปิด (ใจ) กว้างได้

1. สร้างทีมผู้นำ

ในฐานะผู้นำ/เจ้าของธุรกิจครอบครัว คุณย่อมมีความรู้เรื่องธุรกิจของตนเองเป็นอย่างดี แต่เมื่อใดที่บริษัท/องค์กรของคุณมีพนักงาน 20 คนหรือ/และมีรายได้ 10 ล้านดอลล่าร์ คุณคงไม่สามารถรับรู้เรื่องราวทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นภายในองค์กรของคุณได้
และการแก้ไขปัญหาด้วยตัวคุณคนเดียวแทบจะเป็นไปไม่ได้ นี่ยังไม่รวมถึงความพยายามอยู่รอดในสภาะปัจจุบัน ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะยอมรับมุมมองของคนอื่นเพื่อให้ตัวคุณเองมองเห็นปัญหาทุกอย่างได้อย่างทันท่วงที

ลองมองไปรอบๆ องค์กรของคุณ และลองเลือกคนภายนอกครอบครัวที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ธุรกิจของคุณ คนเหล่านั้นควรจะสามารถพูดถึงหัวข้อที่อ่อนไหวที่ถูกมองข้ามหรือถูกฝังไว้ใต้ดิน เนื่องด้วยหัวข้อนั้นเกี่ยวข้องกับสมาชิกในครอบครัว นอกเหนือจากพันธุกรรมแล้ว ความหลากหลายทางความคิด ตำแหน่ง และความเข้มแข็งก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างทีมที่จะดูแลระบบการเปิดใจ ลองพิจารณาคำถามเหล่านั้นพร้อมๆ กับการรวบรวมสมัครสมาชิกในทีม

  • มีตัวแทนมาจากทุกแผนกครบแล้วใช่หรือไม่
  • ฉันได้เชิญอย่างน้อย 1 คนที่คอยโต้แย้งความคิดของฉันหรือยัง
  • ฉันได้รวมคนหลายๆ รุ่นหรือไม่ (เช่น จบใหม่ ทำงานนาน วัยกลางคน)
  • มีผู้ทำงานนอกสถานที่หรือสาขาอื่นที่สามารถเสนอมุมมองที่แปลกแตกต่างหรือไม่
  • ฉันรู้สึกไม่อึดอัดที่จะพูดหรือฟังความจริงที่จริงๆ จากคนเหล่านี้หรือยัง ถ้ายัง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แล้วฉันจะพัฒนาความสัมพันธ์กับคนเหล่านี้ได้อย่างไร

หลังจากที่ได้สร้างทีมผู้นำแล้ว ให้จัดการประชุมเดือนละครั้งเพื่อรายงานความเป็นไปของแต่ละแผนกและทันเหตุการณ์เสมอ สร้างกฎมาตรฐานและจริยธรรมการปฏิบัติงานเพื่อทำให้เป้าหมายและความคาดหวังชัดเจน

2. ตั้งกรรมการที่ปรึกษา

ทุกธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ จะมีโครงสร้างที่ชัดเจนหรือไม่ ต้องการทั้งแรงจูงใจและเป้าหมายที่ได้มาจากกรรมการที่ปรึกษา ถ้าความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการตอบสนองอย่างสม่ำเสมอแล้ว นั่นคือเหตุผลสำคัญว่าทำไมต้องมีกรรมการที่ปรึกษา

เมื่อคุณมีทีมผู้นำพร้อมแล้วที่จะนำเสนอมุมมองที่หลากหลายจากแต่ละแผนก ต่อไปคุณจะต้องมีสมาชิกที่สามารถนำเสนอมุมมองจากบุคคลภายนอกที่มององค์กรของคุณด้วย กรรมการที่ปรึกษาไม่ได้เพียงแค่นำเสนอความจริงอย่างทันท่วงทีเท่านั้น พวกเขายังจะสามารถเพิ่มความไว้วางใจน่าเชื่อถือให้กับทุกตำแหน่ง เมื่อสมาชิกในครอบครัวมากกว่า 1 คนมีส่วนร่วมในธุรกิจ การเพิ่มความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับการดูแลในฐานะผู้ร่วมทำธุรกิจ ไม่มีการโยกเงินไปใส่บัญชีส่วนบุคคล

ในทีมผู้นำ คุณก็ควรมองหาความหลากหลายในกรรมการที่ปรึกษาเช่นเดียวกัน ในทีนี้หมายรวมถึงที่ปรึกษาที่ไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมเดียวกันกับองค์กรของคุณด้วย และหาอย่างน้อยหนึ่งคนที่มีประสบการณ์ทำให้ขนาดของธุรกิจขยาย เขาจะรู้ตื้นลึกหนาบางซึ่งจะช่วยคุณได้มากทีเดียว

3.ประชุมร่วมกันภายในครอบครัว

องค์ประกอบที่สามเกี่ยวกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว คือ ครอบครัว และครอบครัวคือเหตุผลแรกที่ธุรกิจถูกสร้างขึ้น และยังควรคงเหตุผลสำคัญนี้ไว้

ในฐานะของสมาชิกในครอบครัว ความสำเร็จอันยาวนานของธุรกิจมีความสำคัญกับคุณมากที่สุด จากคำกล่าวที่ว่า “เลือดข้นกว่าน้ำ” ยังคงใช้ได้เสมอ ยกเว้นว่าสมาชิกของคุณมีผีดูดเลือดด้วย อยากจะดูดเลือดของสมาชิกในครอบครัวไป ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว คุณค่าของครอบครัวเสมือนหนึ่งความเค็มของเกลือเพราะเป็นคุณค่าที่ไม่มีวันเปลี่ยน

ในฐานะสมาชิกในครอบครัว คุณจะมาจากรากเหง้าเดียวกัน ได้ความเฉลียวฉลาดที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นก่อนๆ และจะถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไป เปรียบเสมือนดินที่อุดมสมบูรณ์พร้อมสำหรับเพาะปลูก สำหรับบริษัทเล็กๆ ควรประชุมภายในครอบครัวอย่างน้อยปีละครั้งที่มีสมาชิกทุกคนในบริษัทเกี่ยวข้อง สำหรับบริษัทที่มีสมาชิกภายในครอบครัวหลายคนทำงานด้วยกันก็ต้องมีการประชุมเช่นนี้ด้วย และควรจะจัดตั้งสภาครอบครัว เพื่อให้มีอำนาจในการตัดสินใจในกรณีที่มีปัญหาหรือการตัดสินใจใดๆ ที่ต้องทันทีในการประชุมครั้งหนึ่งๆ

ลองนำโครงสร้างการบริหารทั้ง 3 ขา ไปใช้กับวิธีการบริหารงานของคุณ ไม่เพียงแต่จะสร้างระบบการบริหารแบบเปิดใจแล้วยังช่วยให้ระบบดังกล่าวคงอยู่อีกด้วย วิธีการและแนวคิดของแต่ละกลุ่มจะช่วยให้คุณกำหนดทิศทางขององค์กรและได้รับประโยชน์สูงสุดจากทุกกลุ่ม

ที่มา: http://www.fierceinc.com/blog/fierce-conversations/good-management-requires-openness

หลักสูตร ระบบแฟรนไชส์มาตรฐาน

หลักสูตร ระบบแฟรนไชส์มาตรฐาน

ระบบแฟรนไชส์มาตรฐาน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 63 เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์, CFE, บริษัท จีโนซิส จำกัด ที่ปรึกษาแฟรนไชส์ บรรยายในหัวข้อ การสร้างระบบงานที่เป็นมาตรฐาน หัวข้อสำคัญในสัมมนาเชิงปฏิบัติการการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ (B2B Franchise) รุ่นที่ 24 ประจำปี 2564 ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

อ่านต่อ »

สัมมนาความรู้เบื้องต้นในระบบแฟรนไชส์ ลงทุนแฟรนไชส์อย่างไร ให้สำเร็จ

งานสัมมนาให้ความรู้ “ลงทุนแฟรนไชส์อย่างไร…ให้สำเร็จ” โดยเชิญ คุณเศรษฐพงศ์  ผดุงพิสุทธิ์, CFE, กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาธุรกิจแฟรนไชส์ บรรยายในหัวข้อ ความรู้เบื้องต้นในระบบแฟรนไชส์ และกลยุทธ์การเจรจาต่อรองกับแฟรนไชส์ซอร์

อ่านต่อ »

จับคู่ธุรกิจ แฟรนไชส์ไต้หวัน ครั้งที่ 2 ปี 2020

กิจกรรม จับคู่ธุรกิจ แฟรนไชส์ อาหารและเครื่องดื่ม ไต้หวัน ครั้งที่ 2 วันที่ 17 ส.ค.63 หลังจากงาน จับคู่ธุรกิจ ครั้งที่ 1 วันที่ 6 ส.ค.เต็มแล้ว จีโนซิส เพิ่มรอบ เพิ่มแบรนด์ ขอเชิญลงทะเบียนฟรี ก่อนวันที่ 30 ก.ค.

อ่านต่อ »

จับคู่ธุรกิจ แฟรนไชส์ไต้หวัน ครั้งที่ 1 ปี 2020

จีโนซิส และสมาคมแฟรนไชส์ไต้หวัน ร่วมกันจัดงานจับคู่ธุรกิจ 8 แฟรนไชส์ไต้หวัน น่าลงทุน ประเภทอาหาร และเครื่องดื่ม จัดประชุมแบบส่วนตัวผ่านระบบออนไลน์ คุยกับเจ้าของแบรนด์ในไต้หวัน วันที่ 6 สิงหาคมนี้

อ่านต่อ »

Workshop ปั้นธุรกิจ ให้เงินงอกเงย โครงการ Business Brotherhood KKU

จีโนซิส ให้คำปรึกษา และจัด Workshop ปั้นธุรกิจ ให้เงินงอกเงย กับ กลุ่ม Startup KKU โครงการ Startup Thailand Business Brotherhood วันที่ 25-26 มิถุนายน 2563 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อ่านต่อ »