จากห้องเรียน สู่ Thai Pavilion กัวลาลัมเปอร์
สามวันที่ KLCC กับ 12 แบรนด์แฟรนไชส์ไทยจากหลักสูตร Thai Franchise Towards Global 2026 การต้อนรับที่อบอุ่นของคนมาเลเซีย และโอกาสที่แฟรนไชส์ไทยจะขยายไปที่นั่นได้อีกมาก
ระหว่างวันที่ 23–25 กรกฎาคม 2569 ผมและทีม Gnosis Advisory (บริษัท จีโนซิส จำกัด) ได้พาผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทย 12 แบรนด์ ไปออกบูธที่ Thai Pavilion ในงาน Franchise Expo Malaysia 2026 (FEM 2026) ณ KL Convention Centre กรุงกัวลาลัมเปอร์ ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์1
ทั้ง 12 แบรนด์มาจากหลักสูตร Thai Franchise Towards Global 2026 ที่จีโนซิสร่วมออกแบบและดูแลให้กรมฯ เป็นปีที่สอง เริ่มจากผู้สมัคร 100 ธุรกิจ เหลือ 25 ธุรกิจที่เข้า Boot Camp และผ่านเวที Pitching มาได้ 12 ธุรกิจ2 ในข่าวก่อนงานเราแนะนำแต่ละแบรนด์ไว้แล้ว บทความนี้จะเล่าว่าสามวันในงานเป็นอย่างไรบ้าง
สำหรับผม งานนี้คือ “วันสอบจริง” ของผู้ประกอบการ หลังจากเรียนกันมาสองเดือนเต็ม ตั้งแต่ Boot Camp ในเดือนพฤษภาคม จนถึงเวิร์กช็อปเครื่องมือการขายและ Pitching ในเดือนมิถุนายน วันนี้ทุกคนได้ยืนต้อนรับนักลงทุนต่างชาติที่บูธของตัวเองแล้ว
- I · พ.ค. 2569Boot Campเรียนเรื่องการขยายแฟรนไชส์ไปต่างประเทศ 4 วัน
- II · มิ.ย. 2569Workshop & Pitchingทำเครื่องมือการขาย และคัดเลือก 12 แบรนด์
- III · ก.ค. 2569Thai Pavilionออกงานจริงที่ FEM 2026 กัวลาลัมเปอร์
ผู้ใหญ่จากไทยและมาเลเซีย มาร่วมเปิด Thai Pavilion
เช้าวันแรก มีผู้ใหญ่จากทั้งฝั่งไทยและมาเลเซียมาร่วมเปิด Thai Pavilion ด้วยตัวเอง ได้แก่
- นางสาวสุธิดา เงินหมื่น (Miss Suthida Ngernmuen) ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (Director of Business Promotion and Development Division)
- นางสาวกนิษฐ ณัฐวงศ์เกษม (Ms. Kanit Nattwongasem) อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) (Minister Counsellor (Commercial))
- Dato’ Liew Bin นายกสมาคม Malaysia Retail Chain Association (MRCA) ผู้จัดงาน FEM 2026 (President of MRCA)
- Mr. Terry Tay รองเหรัญญิกใหญ่ (Deputy Treasurer-General) และ Ms. Christine Tan รองเลขาธิการใหญ่ (Deputy Secretary-General) พร้อมคณะกรรมการ MRCA
หลังตัดริบบิ้น ทุกท่านเดินเยี่ยมบูธครบทุกแบรนด์ คุยกับเจ้าของแบรนด์ ชิมสินค้า และถามเรื่องการลงทุนอย่างเป็นกันเอง เป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับผู้ประกอบการทุกแบรนด์
เมื่อภาครัฐไทยและภาคเอกชนมาเลเซียมายืนอยู่ด้วยกัน นักลงทุนก็มั่นใจในแบรนด์ไทยมากขึ้น
ภาพแบบนี้บอกนักลงทุนมาเลเซียได้ทันทีว่า แบรนด์ในคูหานี้ผ่านการคัดเลือกและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
คนมาเลเซียต้อนรับเรา
เหมือนเพื่อนบ้าน
ที่พร้อมทำธุรกิจไปด้วยกัน
ประทับใจการต้อนรับของคนมาเลเซีย
สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดในสามวันนี้คือการต้อนรับของเจ้าบ้าน ทีม MRCA ดูแล Thai Pavilion เป็นอย่างดี ตั้งแต่พิธีเปิดบนเวทีใหญ่ จนถึงตอนที่นายกสมาคมและคณะกรรมการเดินมาเยี่ยมบูธเอง ทุกคนเป็นกันเองมาก
ผู้เข้าชมชาวมาเลเซียก็ชอบอาหาร เครื่องดื่ม และบริการแบบไทย นอกจากการชิมและรับโบรชัวร์แล้ว หลายบูธยังได้นั่งคุยเรื่องโมเดลการลงทุนกับผู้สนใจที่โต๊ะเจรจาภายในคูหา โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดล่ามไว้ช่วยผู้ประกอบการระหว่างเจรจาด้วย1
FEM 2026 เป็นงานครั้งที่ 9 ใช้แนวคิด “Invest In Your Future” กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่ามีแฟรนไชส์เข้าร่วมกว่า 200 แบรนด์จาก 10 ประเทศ คาดผู้เข้าชมกว่า 18,000 ราย และเงินสะพัดกว่า 4,100 ล้านบาท1 แบรนด์ไทยได้รับการตอบรับดีในงานขนาดนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก
จากห้องเรียน สู่หน้าบูธจริง
ในฐานะผู้บริหารหลักสูตร ผมภูมิใจที่ได้เห็นผู้ประกอบการนำสิ่งที่เรียนมาใช้จริงทีละเรื่อง ทั้งการจัดบูธ การเล่าเรื่องการลงทุน และการคุยกับนักลงทุนอย่างมั่นใจ
| ที่เรียนในหลักสูตร | ที่เห็นที่ KLCC |
|---|---|
| Exhibition Blueprint ขายโอกาสการลงทุน (ROI) | บูธบอกชัดว่าเปิดรับนักลงทุน เช่น ป้าย Franchise Opportunity และ Master Franchise Malaysia |
| ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ระหว่างประเทศ “ค่าธรรมเนียมที่ดี ต้องมีที่มา” | เจ้าของแบรนด์อธิบายเงินลงทุน และสิ่งที่แฟรนไชส์ซีจะได้รับ ได้เป็นขั้นเป็นตอน |
| Pitching เล่าแบรนด์ให้นักลงทุนเข้าใจในเวลาสั้น ๆ | แนะนำแบรนด์สั้น กระชับ ให้ผู้สนใจที่แวะเข้ามาทีละคน |
| Linkage สร้างเครือข่ายธุรกิจ | โต๊ะเจรจาธุรกิจใน Thai Pavilion และการพบคณะกรรมการ MRCA |
ผมเชื่อมาตลอดว่า ถ้าเตรียมตัวมาดี งานแสดงสินค้าจะเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่นักลงทุนเดินเข้ามาหาเราเอง สามวันที่ KLCC ทำให้ผมมั่นใจว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้ พร้อมจริง (อ่านต่อ: เตรียมบูธงานแฟรนไชส์ต่างประเทศ · คู่มือค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ต่างประเทศ)
ภาพบรรยากาศสามวันที่ Thai Pavilion
ภาพถ่ายระหว่างงาน 23–25 กรกฎาคม 25693 · คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่













โอกาสของแฟรนไชส์ไทยในมาเลเซียยังมีอีกมาก
ปีแรกของโครงการ (FEM 2025) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพาแฟรนไชส์ไทย 10 แบรนด์ไปออกงาน เกิดคู่เจรจาธุรกิจ 98 คู่ มูลค่าการค้า 130 ล้านบาท ส่วนปีนี้กรมฯ ตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท2 จากที่ได้เห็นในงาน ผมคิดว่าแฟรนไชส์ไทยยังขยายในมาเลเซียได้อีกมาก เพราะ
- มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในอาเซียน2 แบรนด์ไทยจึงเป็นที่รู้จักและนิยมอยู่แล้ว
- รสชาติใกล้กัน คนมาเลเซียคุ้นกับอาหารและเครื่องดื่มไทย แบรนด์ไทยจึงเริ่มต้นได้ง่ายกว่าแบรนด์จากที่อื่น
- เป็นประตูสู่ผู้บริโภคมุสลิม แบรนด์ที่ทำระบบให้ใช้ได้ในมาเลเซีย จะขยายต่อไปประเทศอื่นในอาเซียนได้ง่ายขึ้น
- แบรนด์การศึกษาและสปาก็ไปได้ดี ปีนี้มีแบรนด์การศึกษา 4 แบรนด์ และสปา 1 แบรนด์ ได้รับความสนใจพอ ๆ กับกลุ่มอาหาร
- เลือกรูปแบบการลงทุนได้หลายแบบ เช่น Master Franchise, Area Developer หรือ Joint Venture ตามความพร้อมของแต่ละแบรนด์ และควรวางแผนเรื่องการขออนุมัติตาม Franchise Act 1998 ของมาเลเซียไว้ตั้งแต่ต้น4
- 1กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำแฟรนไชส์ไทย บุกตลาดมาเลเซีย ในงาน Franchise Expo Malaysia 2026 · ข่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 320 (23 ก.ค. 2569) ↩
- 2กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดึงกูรูการตลาดปั้นแฟรนไชส์ไทย โก อินเตอร์ พร้อมปักธงตลาด ‘มาเลเซีย’ · ข่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฉบับที่ 197 (21 เม.ย. 2569) และรายละเอียดหลักสูตรในบทความ Thai Franchise Towards Global 2026 ↩
- 3ภาพทั้งหมดถ่ายระหว่างงาน Franchise Expo Malaysia 2026 วันที่ 23–25 ก.ค. 2569 ณ KL Convention Centre ↩
- 4สรุปเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับผู้เชี่ยวชาญกฎหมายในมาเลเซียก่อนเสนอขายแฟรนไชส์ ↩
เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์
CEO และกรรมการผู้จัดการ Gnosis Advisory (บริษัท จีโนซิส จำกัด) ที่ปรึกษาแฟรนไชส์ระหว่างประเทศ ประสบการณ์กว่า 20 ปีด้านการพัฒนาระบบแฟรนไชส์ การจับคู่ธุรกิจข้ามประเทศ และการเงินองค์กร มีผลงานที่ปรึกษาแฟรนไชส์ในไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย
ผู้ประเมินมาตรฐานแฟรนไชส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) · ผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ (FLAT) · Certified Franchise Executive (CFE) · M.S. International Business and Finance, Southern New Hampshire University




