10 กฎเหล็กในการบริหารเงินสด SME

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

การบริหารเงินสด ของ SME

ปัญหาใหญ่ในการบริหารจัดการของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME  คือการขาดสภาพคล่องในการบริหารจัดการธุรกิจ หรืออีกนัยหนึ่งคือขาดเงินสดหมุนเวียนเพื่อใช้ดำเนินกิจการให้เพียงพอในการใช้จ่ายทั้งด้านการลงทุนและค่าใช้จ่ายบริหารต่างๆ จริงอยู่ที่สิ่งแรกที่เจ้าของกิจการต้องทำคือการหาตลาดสร้างรายได้ จนลืมไปว่าเงินสดหมุนเวียนไม่พอใช้ เช่นนำเงินไปลงทุนหมดแล้ว และในบางกิจการขายเชื่อไป กว่าจะได้เงินสดก็ขาดใจกันไปก่อน หรือทำธุรกิจแบบหมุนเงินจ่ายหนี้นอกระบบจนไม่เหลือใช้เอง

บทความ  10 กฎเหล็กในการบริหารเงินสด SME นี้คัดออกมาบางส่วนจาก CD คู่มือฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโดย SME Bank เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกค้าธนาคารเมื่อปีพ.ศ. 2552 ซึ่งดำเนินรายการโดยคุณสุภาวดี เวศยพิรุฬห์ อดีตผู้บริหารช่องเถ้าแก่ สถานีดาวเทียม ASTV และปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุ  MCOT 100.5 FM ได้เชิญคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการการเงินสำหรับธุรกิจ  แนะนำแนวทางในการบริหารสภาพคล่องให้กับเจ้าของกิจการ  SME

10 กฎที่เจ้าของกิจการ SME ต้องปฎิบัติตามเพื่อการบริหารสภาพคล่อง หรือบริหารเงินสดหมุนเวียนในกิจการ ได้แก่

  1. อย่าให้เงินสดขาดมือ ควรประมาณเงินสดขั้นต่ำไว้เผื่อฉุกเฉิน
  2. คำนึงไว้เสมอว่าหัวใจในการดำเนินธุรกิจ SME คือ เงินสด ไม่ใช่กำไรหรือตัวเลขทางบัญชี
  3. ตรวจสถานะเงินสดของกิจการเป็นประจำ ทั้งในปัจจุบัน และประมาณการ (เงินสดรับ เงินสดจ่าย)
  4. ทำงานวันนี้ ควรบันทึกวันนี้ เพื่อความถูกต้องและไม่ล่าช้า
  5. อย่าเพิกเฉยในการจัดทำงบกระแสเงินสด เป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน
  6. อย่าตรวจดูสถานะเงินใน Bank Statement หรือในสมุดบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียว
  7. ต้องสามารถคาดการณ์ เงินสดสุทธิ ใน 6 เดือนข้างหน้าได้
  8. เตือนตัวเองเสมอว่า ปัญหาทางการเงินในวันนี้ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุในวันนี้ แต่เกิดจากปัญหาที่สะสมไม่ได้แก้ไข
  9. ต้องทำงบประมาณเงินสด  (Cash Budget)
  10. ไม่ควรหมกมุ่นกับเรื่องเงินสดมากจนละเลยการทำธุรกิจอื่นๆ

ฟังรายละเอียดการพูดคุยได้ในวิดีโอต่อไปนี้
10 กฎเหล็กบริหารเงินสดสำหรับ SME

ติดต่อสอบถามบริการให้คำปรึกษา การบริหารเงินสด สำหรับ SME ได้ที่ โทร. 0899361775

https://www.gnosisadvisory.com/services/

แฟรนไชส์ซี จัดการเงินให้อยู่รอด และเติบโตอย่างไร (วิดีโอ)

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

แฟรนไชส์ซี จัดการเงินอย่างไร

ปัญหาหนักอกของแฟรนไชส์ซีคือ เมื่อลงทุนซื้อแฟรนไชส์มาแล้ว แฟรนไชส์ซี จัดการเงิน และ ดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ทั้งๆ ที่รูปแบบการดำเนินงานจะทำตามเจ้าของแฟรนไชส์แล้วก็ตาม ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านขาดสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจจะเกิดจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ผันแปร หรือปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งถึงแม้ แฟรนไชส์ซอร์จะมีแผนป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ แฟรนไชส์ซีจะต้องปฏิบัติตาม และประเมินผลประกระทบแจ้งให้กับ แฟรนไชส์ซอร์ รับทราบ

ทั้งนี้ รายการ SME Clinic โดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้เชิญ คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ที่ปรึกษาด้านการกลยุทธ์ การเงินธุรกิจ และระบบแฟรนไชส์ มาแบ่งปันความรู้ด้าน จัดการเงินให้อยู่รอด และเติบอย่างไร (ดูวิดีโอคลิปข้างล่าง)

ประเด็นพูดคุยในเทปที่ 1 ได้แก่

  • ปัญหาด้านการจัดการทางการเงินของ แฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี มีความเหมือนและความแตกต่างอย่างไร
  • การหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุน แฟรนไชส์
  • คุณลักษณะแฟรนไชส์ที่ได้รับมาตรฐานแฟรนไชส์ จะช่วยให้ขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น จริงหรือไม่

ประเด็นพูดคุยในเทปที่ 2 ได้แก่

  • เข้าใจโครงสร้างการลงทุน โครงสร้างการเงินของรูปแบบแฟรนไชส์ วิเคราะห์ผลตอบแทน วิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์  ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ ค่าการตลาด เป็นต้น
  • การประเมินเงินทุนหมุนเวียน เพื่อบริหารสภาพคล่อง ตามรูปแบบแฟรนไชส์ (Prototype)
  • การบริหารการเงินของแฟรนไชส์ซี ได้แก่การวางแผน การประมาณการล่วงหน้า กระแสเงินสด การใช้ POS  และระบบบัญชีการเงิน หรือ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)
แฟรนไชส์ซี จัดการเงิน

คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการของ ธนาคารกรุงเทพ เรื่อง การจัดการเงินของแฟรนไชส์ซี ต้องบริหารอย่างไรให้อยู่รอด

 

คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ แนะนำว่าการบริหารการจัดการเงิน และการดำเนินธุรกิจของ แฟรนไชส์ซี นั้นควรเริ่มต้นทำตามรูปแบบการดำเนินงานที่แฟรนไชส์ซอร์จัดทำโครงสร้างการเงินการลงทุนมาให้ และเมื่อดำเนินงานแล้ว ควรเก็บบันทึกข้อมูลจริง เปรียบเทียบกับข้อมูลประมาณการหรือข้อมูลต้นแบบของแฟรนไชส์ซอร์ ว่ามีความเหมือนและความต่างอย่างไร

วิเคราะห์ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ บริหารกระแสเงินสด โดยจะต้องทำงบประมาณเงินสดล่วงหน้า และสำรองเงินสดขั้นต่ำ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

แฟรนไชส์ซี จะสามารถดำเนินธุรกิจให้อยู่รอด และเติบโตได้

หากมีคำถาม หรือข้อสงสัยประการใด กรุณาติดต่อได้ที่ contact@gnosisadvisory.com 
หรือเข้ามา Inbox ที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/

ดูงานบริการให้คำปรึกษาของจีโนซิส ได้ที่ https://www.gnosisadvisory.com/services/

บริหารเงินสดของธุรกิจ ไม่ให้ติดลบ

วันจันทร์, มีนาคม 19th, 2561

กระแสเงินสด” เปรียบเสมือน กระแสเลือดที่หล่อเลี้ยงธุรกิจให้ดำเนินและเติบโตได้ ซึ่งมีการไหลเวียนเข้าออกตลอดการดำเนินธุรกิจ การขาดเงินหรือมีกระแสเงินสดติดลบผิดเวลา จะมีผลให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบมาขาย ไม่สามารถชำระค่าจ้างแรงงาน ค่าเช่า หรือค่าสาธารณูปโภคให้ธุรกิจดำเนินได้ปกติ หรือจะต้องทุบกระปุกออมสินมาใช้

เพื่อป้องกันปัญหากระแสเงินสดติดลบผิดเวลา ในบทความนี้จึงขอนำเสนอ บริหารเงินสดของธุรกิจ 10 ข้อ

  1. ต้องรู้สถานะเงินสดปัจจุบันเสมอ รู้ว่าตอนนี้มีเงินสดเหลือจริงๆ เท่าไร ต้องมีการบันทึกและอัพเดทอยู่เสมอ

  2. คิดใหม่ว่า กำไรไม่ใช่เงินสด มันคือกำไรทางบัญชี ผู้ประกอบการบางท่านยังเข้าใจผิดว่าตัวเลขกำไรจะแสดงผลของเงินสดด้วย ซึ่งแท้จริงแล้ว กำไรทางบัญชีเกิดจากรายได้ลบค่าใช้จ่าย โดยที่รายได้ที่บันทึกเกิดจากการส่งมอบสินค้าแล้วบางทีก็ได้รับคืนเป็นเงินสดและลงเป็นเงินเชื่อที่ต้องติดตามทวงต่อไป แค่รายได้ก็ไม่ใช่เงินสดทั้งหมดแล้ว และค่าใช้จ่ายบางรายการที่ลงบันทึกบัญชีเช่น ค่าเสื่อมราคา เป็นการตัดลดมูลค่าของสินทรัพย์ตามอายุการใช้งาน ซึ่งกิจการได้ชำระสินทรัพย์ไปตั้งแต่ซื้อมาลงทุนแล้ว ค่าเสื่อมราคาจึงไม่ใช่การชำระเป็นเงินสดเป็นต้น ซึ่งเมื่อรายได้ลบด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว กำไรที่ออกมาจึงไม่ใช่เงินสดทั้งหมด อย่านำกำไรมาวัดเป็นเงินสดนะ

  3. อย่าใช้ยอดคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคาร ว่าเป็นยอดเงินสดคงเหลือทั้งหมด เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายบางรายการที่กำลังจะตัดออกจากบัญชีไม่ได้แสดงในยอดดังกล่าว เช่นการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่จะรอตัดออกจากบัญชีเงินฝาก เป็นต้น

  4. ต้องจัดทำงบประมาณเงินสด ที่แสดงว่าเงินคงเหลือปัจจุบันเท่าไร มีกระแสเงินสดเข้าเมื่อไร มีรายการของกระแสเงินสดออกเมื่อไร จัดทำล่วงหน้าเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน จะช่วยให้ประมาณการว่ากิจการจะมีช่วงไหนขาดเงิน หรือมีกระแสเงินสดสุทธิติดลบ

  5. การเก็บสินค้า หรือสต๊อกสินค้ามากๆ คือการนำเงินสดออกจากกระเป๋าเงินไปจมอยู่ในสินค้า ดังนั้นจะต้องบริหารระดับสินค้าให้เหมาะสมว่าจะมีรอบการหมุนขายสินค้านี้ออกไปได้เร็วแค่ไหน เพื่อไม่ให้เงินสดขาดมือ

  6. พิจารณานโยบายการให้เครดิตกับลูกหนี้การค้า เช่นชำระสินค้าภายใน 30 วัน หรือ 60 วัน ต้องคำนึงถึงระยะเวลาการเรียกเก็บให้เหมาะสมสอดคล้องกับภาระการชำระเงินของกิจการด้วย ซึ่งต้องติดตามลูกหนี้การค้าอย่างสม่ำเสมอ

  7. หาวิธีให้ลูกค้าหรือลูกหนี้การค้าชำระเงินให้เร็วขึ้น เช่นการวางเงินมัดจำ การจองหรือการสั่งซื้อล่วงหน้า การให้ส่วนลดทางการค้า และเพิ่มช่องทางการชำระที่ให้ลูกค้าสะดวกอีกหลายๆ ทางเช่นชำระผ่านทางออนไลน์ ผ่านทางธนาคาร เป็นต้น

  8. ควรตั้งเงินสดสำรอง หรือเงินสดขั้นต่ำ เพื่อป้องกันการช็อตเงิน โดยเงินสดขั้นต่ำจะประมาณการได้จากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในช่วงเวลาหนึ่ง

  9. เมื่อมีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวก (กระแสเงินสดเข้ามากกว่ากระแสเงินสดออก) ให้พิจารณาว่าจะลงทุน (หลังจากกันเงินสดสำรองแล้ว) ในสินทรัพย์หรือธุรกิจอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดกระแสเงินสดรับเข้ามาใหม่

  10. การเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้การค้าในบางกรณีที่จำเป็นต้องเลื่อนชำระหนี้ จะช่วยยืดระยะเวลากระแสเงินสดสุทธิติดลบได้ แต่ต้องระวังเรื่องการเสียเครดิต นอกจากนี้การเลือกซื้อสินค้าอย่าเพียงมองแค่ราคาถูกเท่านั้น ให้เลือกดูด้วยว่าเจ้าหนี้การค้ารายไหนให้เครดิตเทอมนานกว่า เพราะจะช่วยให้กิจการมีระยะเวลาในการหมุนเงินได้บ่อยขึ้น  (เช่นนำสินค้าไปขายได้กำไรมาลงทุนและขายได้อีก) ก่อนที่จะชำระหนี้

อกจากนี้ ผู้ประกอบการของธุรกิจควรฝึกให้กับพนักงานหรือลูกจ้างให้ช่วยติดตามสอดส่องความเคลื่อนไหวของเงินสดด้วย โดยให้ช่วยกันบันทึกในงบประมาณเงินสด และเก็บหลักฐานในการรับและจ่ายเงินสด เพื่อการควบคุมภายใน และเมื่อกิจการได้ทำตามกฎ 10 ข้อนี้แล้ว ภาวะของเงินสดติดลบ หรือเงินขาดมือจะหายไป เพราะผู้ประกอบการได้เตรียมการรับมือไว้แล้ว