กระบวนการตรวจมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ไทย

วันอังคาร, เมษายน 3rd, 2018

นับตั้งแต่ปี 2551 ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำ “เกณฑ์มาตรฐาน คุณภาพแฟรนไชส์แห่งชาติ” เพื่อสร้างองค์กรธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีความเข้มแข็ง และสามารถแข็งขันกับธุรกิจแฟรนไชส์ต่างประเทศได้

เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์จะอิงหลักการแนวทางระบบสากลนิยมของ Thailand Quality Award (TQA) ซึ่งจัดทำขึ้นตามแนวทางมาตรฐานคุณภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (Malcolm Baldrige National Quality Award – MBNQA) ที่เป็นที่ยอมรับและมีการนำไปใช้กว่า70 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นระบบเกณฑ์ที่เน้นการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรธุรกิจของตนให้มีคุณภาพและความเป็นเลิศ

กระบวนการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์กับธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการ มี 3 ขั้นตอนดังนี้

คุณเศรษฐพงศ์ บริษัทจีโนซิสจำกัด กำลังอธิบายเกณฑ์การให้คะแนนมาตรฐานแฟรนไชส์ และยกตัวอย่างการเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จำเป็น

  • การประเมินตนเอง (Self Assessment Franchise Test) คะแนนเต็มเท่ากับ 450 คะแนน จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ 320 คะแนน โดยมีคำถามในหัวข้อดังนี้ ข้อมูลแฟนไชส์ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ การสร้างภาพพจน์องค์กร อัตราการทำกำไรของธุรกิจ ชื่อเสียงและแบรนด์ ภาวะการณ์แข่งขันธุรกิจ การจัดกลุ่มเป้าหมาย ลักษณะเฉพาะของธุรกิจ การบริหารจัดการองค์กรและการให้บริการ งบประมาณของธุรกิจ และรูปแบบการจัดร้านค้า

  • การประเมินโดยนักวินิจฉัย (Total Quality Franchise Management) คะแนนเต็มเท่ากับ 1,000 คะแนน จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ 668 คะแนน ซึ่งนักวินิจฉัยจะเข้าไปตรวจสอบ ณ สถานประกอบการ และสัมภาษณ์ทีมบริหารแฟรนไชส์นั้น ใน 7 หัวข้อหลักดังนี้ 1) การนำองค์กร 2) การพัฒนากลยุทธ์ 3)การมุ่งเน้นที่ลูกค้าและตลาด 4)การวัด วิเคราะห์ การจัดการความรู้ 5)การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล 6)การจัดการกระบวนความรู้ และ 7)ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

  • เมื่อธุรกิจได้ผ่านการประเมินจากคะแนน SAFT และ TQFM จะมีคณะกรรมการตรวจสอบและพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนออกใบประกาศรับรองมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชยื

 

คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท จีโนซิส จำกัด คือหนึ่งในทีมวินิจฉัยตรวจคุณภาพแฟรนไชส์ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา และเป็นวิทยากรด้านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในโครงการสร้างธุรกิจเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ (B2B) ตั้งแต่รุ่นที่ 15 จนกระทั่งล่าสุดรุ่นที่ 16 (เริ่มอบรมตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 จนถึงเดือนเมษายน 2557) การสัมนาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 จัดขึ้นเพื่อวางรากฐานธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เข้าใจและเตรียมความพร้อมความมีมาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้น

นอกจากอธิบายเกณฑ์การประเมินมาตรฐานแฟรนไชส์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการสร้างธุรกิจเข้าระบบแฟรนไชส์ B2B รุ่นที่ 16  แล้ว คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ได้ยกตัวอย่างเอกสารสำคัญที่ธุรกิจจำเป็นต้องจัดทำเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เช่นแผนธุรกิจ แผนกลยุทธ์แฟรนไชส์ เอกสารประกอบการตรวจสาขา แผนงานพัฒนาบุคลากร ดัชนีชี้วัดความสำเร็จต่างๆ เป็นต้น

วิทยากรถ่ายรูปร่วมกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์รุ่นที่ 16 (B2B) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557

สร้างแบบจำลองทางการเงิน Financial Modelling เพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ

วันจันทร์, มีนาคม 19th, 2018

หลักสูตรการสร้างแบบจำลองทางการเงิน Financial Modelling Workshop นี้ถูกออกแบบสำหรับทุกคนที่ต้องการพัฒนาความรู้ทางการเงิน ผนวกด้วยการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการตัดสินทางการเงินด้วยโปรแกรมสเปรทชีต เอ็กเซล (Spreadsheet by Microsoft Excel) เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ สร้างแบบจำลอง และแก้ปัญหาทางการเงินในสภาพเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดจนสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณแบบจำลองโดยอัตโนมัติ

Gnosis Basic Financial Modelling Workshop รุ่นที่ 1 ณ โรงแรมพูลแมน เมื่อวันที่ 23-24 สิงหาคม 2555

ผู้เข้าอบรมจะสนุกกับการเรียนแบบลงมือทำเองทุกขั้นตอน (Learning by Doing) เริ่มต้นจากพื้นฐานการใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ฟังก์ชั่นที่สำคัญในการสร้างแบบจำลองทางการเงิน และสามารถสร้างงบประมาณทางการเงินผ่านตัวอย่างจริง และฝึกทำแบบจำลองทางการเงินในสถานการณ์ต่างๆ วิทยากรพร้อมให้คำแนะนำ และตอบข้อซักถามกับผู้เข้าอบรมทุกคนในระหว่างทำ Workshop

หลักสูตรการสร้างแบบจำลองทางการเงิน Financial Modeling นี้จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถใช้ข้อมูลทางการเงิน หรือกำหนดสมมติฐานทางการเงินเพื่อตอบปัญหาทางธุรกิจ และสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจจะเช่าหรือซื้อเครื่องจักร การออกตราสารทางการเงินประเภทใดเหมาะสมกับธุรกิจขณะนั้น การคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง และสามารถสร้างงบประมาณ (Budget) ในการบริหารจัดการธุรกิจ เป็นต้น

วิทยากร (อาจารย์เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์) กำลังตอบข้อซักถามแก่ผู้เข้าอบรมในระหว่างการทำ Workshop จากกรณีศึกษาจริง

หลักสูตรการสร้างแบบจำลองทางการเงิน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ขั้นพื้นฐาน (เวลาเรียน 15 ชั่วโมง) และแบบจำลองทางการเงินส่วนเพิ่ม  (เวลาเรียน 9 ชั่วโมง) โดยมีหัวข้อการเรียนดังนี้

Basic Financial Modelling แบบจำลองทางการเงินขั้นพื้นฐาน (15 ชั่วโมง)

  • ฟังก์ชั่นพื้นฐานของโปรแกรมที่เกี่ยวกับ การจัดการทางการเงิน (Basic Functions and Tools for Modeling)

  • การจัดทำงบประมาณทางการเงิน ได้แก่ การพยากรณ์ยอดขาย ประมาณการงบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด

  • การวิเคราะห์โครงการลงทุน (Capital Budgeting) เช่น NPV, IRR, Payback Period, เป็นต้น

  • สร้างสูตรการวิเคราะห์ทางการเงิน และอัตราส่วนทางการเงิน Financial Analysis and Ratio Analysis

  • การวิเคราะห์กำไร ต้นทุน และจุดคุ้มทุน Profit, Cost and Break Even Analysis

ค่าใช้จ่ายในการอบรมต่อท่าน 12,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

Financial Modelling Add-In แบบจำลองทางการเงินส่วนเพิ่ม (9 ชั่วโมง)

  • สร้างแบบจำลองการตัดสินใจจัดหาเงินทุน (Financing Decisions) ด้านหนี้สิน และด้านทุน

  • สร้างแบบจำลองสำหรับการวิเคราะห์ อัตราผลตอบแทน (Return) ความเสี่ยง (Risk) ต้นทุนทางการเงิน (Cost of Capital)

  • การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ด้วยฟังก์ชั่น Goal Seek, Solver, Scenario Manager, Data Table เพื่อการตัดสินใจทางการเงินและธุรกิจ เช่น การกำหนดราคาสินค้า การแก้ปัญหาในการขนส่งสินค้า การผ่อนชำระเงินงวด เป็นต้น

อาจารย์เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์กำลังสอนวิชาแบบจำลองทางการเงิน ให้นักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมทางการเงิน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ดำเนินการอบรมโดย คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ อาจารย์พิเศษ สาขาวิชาวิศวกรรมทางการเงิน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทายาลัยหอการค้าไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด บริษัทให้คำปรึกษาการเงินธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบบจำลองทางการเงิน

บริษัท หรือมหาวิทยาลัยใด ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจัดอบรมให้กับพนักงาน หรือนักเรียนนักศึกษา กรุณาติดต่อได้ที่ contact@gnosisadvisory.com หรือโทร.  0-2158-1307 บริษัท จีโนซิส จำกัด

หลักสูตรการสร้างแบบจำลองทางการเงิน ขั้นพื้นฐาน รุ่นที่ 1 เมื่อ วันที่ 23-24 สิงหาคม 2555  ณ โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ

ความประทับใจของผู้เข้าอบรม

ผู้เข้าอบรม สัมมนาเชิงปฎิบัติการ การสร้างแบบจำลองทางการเงิน รุ่นที่ 1 (Financial Modelling Workshop) เมื่อวันที่ 23-23 สิงหาคม 2555 ณ โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์

จัดทำงบประมาณ (Budget) ให้มีประสิทธิภาพ ต้องคำนึงเรื่องอะไร?

วันจันทร์, มีนาคม 19th, 2018

เมื่อพูดถึงการจัดทำงบประมาณประจำปีของบริษัท ไม่เพียงแค่ฝ่ายบัญชีการเงินจะตื่นตระหนกแล้ว ทุกฝ่ายหรือทุกแผนกควรมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน จะว่าไปแล้วการทำงบประมาณหรือ Budget ก็เหมือนกับกับการคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าบริษัทจะเติบโตหรือขยับตัวไปทิศทางไหน สอดคล้องกับแผนธุรกิจ วิสัยทัศน์ และเป้าหมายของบริษัทอย่างไร ทั้งๆ ที่พนักงานทุกคนลงมือลงแรงลงความคิดในการทำงานเป็นชีวิตประจำวันกันทั้งนั้น แต่พอให้ทำงบประมาณในปีหน้า ถึงกับเครียดกันเป็นแถบ

Gnosis (จีโนซิส) ขอเสนอเกร็ดย่อยๆ การจัดทำงบประมาณ Budget ให้มีประสิทธิภาพต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

ตัวอย่างประมาณการรายเดือน

  • การจัดทำงบประมาณ หรือการประมาณการทางการเงินอะไรก็ตาม ต้องคิดเป็นระบบ รอบครอบ มีเหตุมีผล (มีที่มาที่ไปของสมมติฐาน) และต้องคิดแบบเบ็ดเสร็จ คือไม่ใช่ว่าจะคิดแค่ส่วนงานของตัวเอง ต้องมองรอบข้างด้วยว่างบประมาณที่ตั้งไว้จะกระทบกับแผนกไหนบ้าง มีความเป็นไปได้หรือไม่

  • จำไว้ว่า จะพยากรณ์ยอดขาย จำต้องมองเรื่องค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกันด้วย ไม่เพียงแค่คิดจะสร้างยอดขาย แต่ต้องไม่ลืมว่าจะต้องลงทุนเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่จะได้ยอดขายมา

  • ทุกครั้งที่ใส่สมมติฐานใหม่ ให้มองดูที่ผลลัพธ์สุดท้ายด้วย (Bottom Line) ว่าเกินหรือต่ำความเป็นจริงอย่างไร หรืออีกนัยหนึ่งในการประมาณการแต่ละขั้น ควรสังเกตุว่าบริษัทกำไรหรือขาดทุนแตกต่างจากที่คิดหรือไม่ (ดูตัวเลขของแต่ละแผนกประกอบ)

  • เปรียบเทียบยอดประมาณการ (Forecast) กับยอดจริงที่เกิดขึ้น (Actual) หรือเทียบกับผลประกอบการที่ผ่านมา หาข้อแตกต่างที่เป็นนัยสำคัญ

  • โครงสร้างทางการเงินของธุรกิจส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนแปลงมากโดยเฉพาะรายได้และค่าใช้จ่ายหลักๆ ดังนั้นการจัดทำเป็นระบบสอดคล้องกันจะทำให้การจัดทำงบประมาณง่ายขึ้น เช่นให้ทำอัตราส่วนร้อยละของแต่ละค่าใช้จ่ายเทียบกับยอดขาย เป็นต้น

  • ไม่จำเป็นต้องประมาณการรายการทางบัญชีทุกตัว ควรจะกรุ๊ปหรือจัดกลุ่มบัญชีให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจก่อนที่จะประมาณการ

  • พิจารณาให้เหมาะสมสำหรับรายได้หรือค่าใช้จ่าย ว่าเป็นยอดที่จะเกิดโดยตลอดหรือเป็นประจำ (On-going) หรือเกิดขึ้นครั้งเดียวจะไม่เกิดซ้ำบ่อยๆ (one-time) และควรสังเกตุให้ดีว่ามีค่าใช้จ่ายที่จ่ายเป็นประจำใดบ้างที่จะได้รับการสนับสนุนจากรายได้เพียงครั้งเดียวหรือไม่ ถ้าเป็นในกรณีนี้ควรวางแผนในเรื่องการบริหารเงินสดให้ดี ดังนั้นควรปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณานโยบายด้านการขายหรือการจัดการค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกัน

  • วางแผนรับสถานการณ์ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายหรือรายได้ที่ควรจะได้รับโดยตลอดนั้น มีการเปลี่ยนแปลง หรือรับจ่ายไม่เท่ากัน หรือช่วงเวลาผิดเพี้ยน

  • ควรมั่นใจว่ากิจการได้ทำตามกฎระเบียบหรือข้อบังคับต่างๆ ที่กิจการมีไว้กับผู้อื่น เช่นการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย ในการบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow Management) จะต้องมีพอในการชำระหนี้ตามสัญญา

  • แน่นอนว่าแต่ละฝ่ายมีแผนประมาณการจำนวนมาก จึงควรจะทำเอกสารสรุปในหนึ่งหน้า (Summary Sheet) ทั้งนี้ลองพิมพ์ออกมาอ่านและพิจารณาดูว่า ถ้าคนอื่นที่ไม่รู้รายละเอียดของตัวเลขแต่ละตัว จะเข้าใจความหมายบทสรุปของตัวเลขได้มากแค่ไหน ซึ่งคนเหล่านั้นควรจะได้รับรู้ตามสิ่งที่เราต้องการให้รู้

  • เชื่อในการตัดสินใจของคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเลขดูทะแม่งๆ ไม่มั่นใจ ให้กลับไปดูอีกครั้ง และทำจนคุณรู้สึกพอใจ

  • เมื่อทำงบประมาณการได้แล้ว จะต้องเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจริง (Actual Data) กับงบประมาณ (Budget Data) เสมอ เพื่อใช้เป็นข้อมูลหรือสมมติฐานในการจัดทำงบประมาณในปีต่อไปง่ายขึ้น

  • ถ้าเป็นไปได้ให้ทำงบประมาณแบบรายเดือน (monthly budget)

  • เมื่อจัดทำงบประมาณเสร็จแล้ว ต้องตรวจเช็คความถูกต้องทั้งหมดอีกครั้ง (จำเป็นมากครับ เพราะจะเห็นภาพรวมอย่างชัดเจน)

หากมีข้อสงสัยหรือข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณทางการเงิน  Budget Management ติดต่อ บริษัท จีโนซิส จำกัด contact@gnosisadvisory.com

GNOSIS ร่วมเป็นกรรมการตัดสินแผนธุรกิจงาน Thailand Online Expo

วันศุกร์, มีนาคม 29th, 2013

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2556 ในงาน Thailand Online Expo ได้จัดการประกวดนำเสนอแผนธุรกิจรอบชิงชนะเลิศ “สุดยอดนักธุรกิจออนไลน์ที่ต้องยกนิ้วให้” ที่ห้องแกรนด์บอลรูม ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

การแข่งขันประกวดแผนธุรกิจออนไลน์ ในงาน Thailand Online Expo

กรรมการตัดสินถ่ายรูปร่วมกับนักธุรกิจออนไลน์ที่นำเสนอแผนธุรกิจ และผู้จัดงานหลัก Thumbsup.in.th

ทั้งนี้บริษัท จีโนซิส จำกัด ได้สนับสนุนโครงการนี้โดย คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินครั้งนี้ ร่วมกับ คุณไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, คุณปริวรรต วงษ์สำราญ Project Manager สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และคุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ CEO  ของ www.ookbee.com

คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท จีโนซิส จำกัด มอบรางวัลให้กับ Bentoweb ผู้ชนะเลิศนำเสนอแผนธุรกิจ

ซึ่งผู้ชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ได้แก่ Bentoweb.com เวปที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถขายสินค้าบริการผ่านทาง Facebook ได้อย่างง่ายๆ Bentoweb.com จะได้รับคำปรึกษาวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจจากบริษัท จีโนซิส จำกัดเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้บริษัท จีโนซิส จำกัด ขอขอบคุณพันธมิตรธุรกิจ Thumbsup เวปรวมข่าวสารและข้อมูลธุรกิจออนไลน์ และ StartupFriends เวปแฟนเพจบนเฟซบุ๊คที่สนับสนุนการสร้างชุมชนนักธุรกิจรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

Gnosis ถ่ายรูปร่วมกับ พันธมิตรธุรกิจ StartupFriend ชุมชนสังคมออนไลน์ที่สนับสนุนกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่

สุดยอดแนวทางการเริ่มต้นธุรกิจอย่างมืออาชีพ (บรรยายพิเศษ)

วันพุธ, มีนาคม 20th, 2013

การเดินทางหลายพันลี้ เริ่มจากการก้าวเท้าก้าวแรก” คือปรัชญาจีนที่สอนให้รู้จักการเริ่มต้นเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จ อย่างไรก็ดีคนส่วนใหญ่ยิ่งมีความรู้มากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น และมีความสบายส่วนตัวอยู่ในพื้นที่ที่ไม่อยากจากไป หรือเรียกกันว่า Comfort Zone หรืออีกนัยหนึ่ง กำลังอยู่ในภาวะที่สบายแล้วและเหตุผลทางความคิดและความรู้มากมายหยุดการก้าวเท้าแรกไปสู่สิ่งใหม่ๆ

การเริ่มต้นธุรกิจเป็นอีกกรณีที่ทุกคนเคยฝันไว้ว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่ “ไม่กล้าหรือไม่รู้” ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่สำเร็จหรือล้มเหลวจากธุรกิจคือทางลัดในการเริ่มต้น

ทั้งนี้ผู้บริหารบริษัท จีโนซิส จำกัด คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ ได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “สุดยอดแนวทาง การเริ่มต้นธุรกิจอย่างมืออาชีพ” ให้กับ StartupsFriends กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่รวมตัวกันจัดตั้งเวป Facebook FanPage เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ทุกคนที่มีฝันทำธุรกิจของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ

บรรยายพิเศษ สุดยอดแนวทางการเริ่มต้นธุรกิจอย่างมืออาชีพ รุ่นที่ 1
วันที่ 20 มกราคม 2556

งานบรรยายพิเศษครั้งที่ 1  จัดขึ้นในวันที่ 20 มกราคม 2556 ณ ศูนย์ศึกษา Siam Complex มหาวิทยาลัยคริสเตียน อาคารสภาคริสตจักรฯ (BTS ราชเทวี)

การเริ่มต้นต้องเริ่มด้วยการตั้งคำถามที่ใช่ และท้าทายความสามารถและความกลัว

คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ แบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลากหลายกิจการจนประสบความสำเร็จ รวมทั้งสรุปกุญแจความสำเร็จในการเริ่มต้นของนักธุรกิจเหล่านั้น และสรุปโครงสร้างแผนธุรกิจ (Business Plan Anatomy) อย่างง่ายๆ ให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ

หลังจากฟังการบรรยายจบแล้ว ผู้เข้าร่วมฟังบรรยายมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและร่วมกันทำ Workshop เป็นกลุ่มเล็กๆ โดยมีทีมงานของ Startups Friends ช่วยอำนวยความสะดวกและแนะนำ จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมฟังบรรยายได้ฝึกคิดและเริ่มต้นทำในทันที

สำหรับการจัดบรรยายพิเศษ “สุดยอดแนวทาง การเริ่มต้นธุรกิจอย่างมืออาชีพ” รุ่นที่ 2 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2556 ณ ศูนย์ศึกษา Siam Complex มหาวิทยาลัยคริสเตียน อาคารสภาคริสตจักรฯ (BTS ราชเทวี)

สนใจร่วมกิจกรรมในรุ่นที่ 2 ติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/StartUpsFriends

ทำธุรกิจแบบมืออาชีพ ต้องรู้จักการทำแผนธุรกิจ และโครงสร้างธุรกิจที่สำคัญ Business Plan Anatomy

12 คำถามที่เจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารต้องตอบ

วันอังคาร, มีนาคม 16th, 2010

การบริหารหรือการดำเนินธุรกิจทั้งขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ เถ้าแก่ เจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารธุรกิจในองค์กรนั้นจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจอย่างถ่องแท้ และสามารถสื่อสารหรือถ่ายทอดความเข้าใจนั้นให้กับผู้อื่นได้ เช่นพนักงานในบริษัท ผู้ร่วมลงทุน (ผู้ถือหุ้น) ลูกค้า ซัพพลายเออร์ (ผู้ขายวัตถุดิบ) สถาบันการเงิน นักลงทุน หรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไปที่สนใจในธุรกิจของคุณ  โดยทั่วไปจะออกมาเป็นรูปแบบของแผนธุรกิจ หรือหนังสือชี้ชวน เป็นต้น

ทั้งนี้ Gnosis ได้รวบรวมประเด็นสำคัญที่ผู้บริหารจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจของตนเอง และ Gnosis ใช้คำถามเหล่านี้เป็น Questionare เบื้องต้นก่อนให้คำปรึกษาการวางแผนธุรกิจแก่องค์กรนั้นๆ

12 คำถามต่อไปนี้ครอบคลุมกลยุทธ์หลัก และประเด็นการบริหารที่ผู้นำองค์กรต้องตอบให้ได้ ซึ่งถ้าตอบไม่ได้หรือตอบแบบไม่มั่นใจ คุณจะได้เห็นความล้มเหลวหรือความผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

  1. คุณอยู่ในธุรกิจประเภทใด ธุรกิจของคุณให้ประโยชน์อะไรแก่ลูกค้าในการดำเนินหรือพัฒนาชีวิตหรือในการทำงาน

  2. พันธกิจ (Mission) หรือเป้าหมายของธุรกิจคืออะไร สามารถระบุได้ว่าคุณต้องการจะทำอะไรให้สำเร็จ หรือหลีกเลี่ยงเรื่องใด หรือทำอย่างไรเพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับธุรกิจโดยตลอด

  3. ลูกค้ากล่าวถึงธุรกิจของคุณ และบอกต่อกับคนอื่น สรุปเป็นประโยคหรือเป็นคำว่าอะไร

  4. ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือใคร

  5. อธิบายลักษณะทั้งกายภาพ แนวคิด พฤติกรรม ทัศนคติ การใช้ชีวิต ค่านิยม ของกลุ่มเป้าหมาย และอธิบายได้ว่าลูกค้าเป้าหมายคิดหรือตัดสินใจในการซื้อสินค้าหรือบริการของคุณอย่างไร

  6. ลูกค้าเป้าหมายพิจารณา “คุณค่า” สินค้าหรือบริการของคุณอย่างไร หรืออีกนัยหนึ่ง ลูกค้าเป้าหมายมองหาหรือคาดหวังผลประโยชน์อะไรจากการทำธุรกิจกับคุณ

  7. ความสามารถหลัก (Core Competency) ธุรกิจของคุณคืออะไร กล่าวคือทักษะหรือความสามารถพิเศษอะไรที่คุณสามารถเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้

  8. ระบุคู่แข่งขันทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือมีใครอีกบ้างที่ขายสินค้าหรือบริการเหมือนกับคุณ ให้กับกลุ่มลูกค้าเดียวกัน

  9. ลูกค้าสนใจไปใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากคู่แข่งเพราะอะไร ลูกค้าได้รับผลประโยชน์อะไรที่ได้จากคู่แข่งแต่ไม่ได้จากคุณ

  10. สินค้าหรือบริการใดที่สร้างผลกำไรสูงสุดให้กับธุรกิจ และสินค้าหรือบริการใดที่ให้ผลกำไรน้อยที่สุด

  11. ธุุรกิจของคุณมีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ มีความแตกต่างหรือความโดดเด่นในเรื่องใด

  12. หากต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างประสิทธิผล และประสิทธิภาพในองค์กร คุณจะทำอะไรบ้าง (เช่นทีมงาน, วิธีการดำเนินงาน, บริหารค่าใช้จ่าย เป็นต้น)

เจ้าของธุรกิจ หรือผู้นำองค์กรต้องสามารถตอบคำถามข้างต้นได้อย่างมั่นใจ หรือตอบแบบไม่ลังเล ถ้าหากไม่รู้คำตอบหรือไม่แน่ใจในคำตอบ ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องรีบหาคำตอบให้รวดเร็วที่สุดถ้าคิดจะดำเนินธุรกิจของตนเองต่อไปอย่างมั่นคงและมีอนาคตที่ดี