การแข่งขันในธุรกิจแฟรนไชส์

วันอังคาร, ธันวาคม 1st, 2020

การแข่งขันทางการค้าในธุรกิจแฟรนไชส์

ตอน ขอบเขตพื้นที่ และสิทธิในการเปิดร้านสาขาของแฟรนไชส์

ปัญหาการแข่งขันในธุรกิจแฟรนไชส์ ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่ง ได้แก่ ข้อพิพาทระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี คือ การเปิดสาขาใหม่ใกล้เคียงกับสาขาเดิม แฟรนไชส์ซีเดิมจะระแวงว่าความสามารถในการสร้างรายได้จะลดลงเมื่อมีร้านสาขาใหม่มาทำธุรกิจในพื้นที่ใกล้ ๆ กัน และแฟรนไชส์ซีจะเข้าใจอีกว่า แฟรนไชส์ซอร์เอาเปรียบในการทำธุรกิจ เปิดโอกาสให้มีร้านสาขาแฟรนไชส์ใหม่มาเปิดแข่งขัน

คำว่า “ขอบเขตพื้นที่การให้บริการ” ของร้านแฟรนไชส์สาขาหนึ่ง อาจจะมี หรือไม่ได้กล่าวถึงในสัญญาแฟรนไชส์ทั่วไป      บางแฟรนไชส์ซอร์อาจจะกล่าวว่า ขอบเขตพื้นที่การให้บริการของสาขาหนึ่งอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการบริการทับซ้อนของสาขาให้บริการ และเพื่อรักษาความสามารถในการสร้างรายได้ตามเป้าหมายและสอดคล้องกับประสิทธิภาพในการดำเนินงานของร้านสาขา

ในขณะที่แฟรนไชส์ซี จะคิดว่าการกำหนดขอบเขตพื้นที่การให้บริการ ยิ่งมีพื้นที่ให้บริการกว้างมาก ยิ่งมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่ม แต่ลืมไปว่ากำลังการผลิต หรือความสามารถในการให้บริการในร้านของตนเองมีจำกัด ถ้ามีลูกค้ามาใช้จำนวนมาก แต่ไม่สามารถให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ ลูกค้าจะไม่พอใจ และจะไม่กลับมาใช้บริการอีก หรือยิ่งไปกว่านั้น เปิดโอกาสให้คู่แข่งขันแบรนด์อื่น ๆ เข้ามาร่วมทำธุรกิจในพื้นที่ใกล้กัน แย่งฐานลูกค้าเดิมไปอีก

 

ดังนั้นการกำหนดขอบเขตพื้นที่การให้บริการ แฟรนไชส์ซอร์ต้องพิจารณาปัจจัยการแข่งขัน สภาพแวดล้อม ปริมาณของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และรักษาสมดุลกับความสัมพันธ์กับลูกค้าและแฟรนไชส์ซีตลอดเวลา อย่างไรก็ตามเมื่อแฟรนไชส์ซอร์มีจำนวนแฟรนไชส์ซีมาก ๆ จนไม่สามารถอธิบายหรือบริหารจัดการได้ จนเกิดข้อพิพาทถึงความไม่เป็นธรรมทางการค้าของแฟรนไชส์ซอร์

 

อ้างถึง ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ (ฉบับที่ 2) ประกาศเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ได้ปรับข้อความเกี่ยวกับ สิทธิในการเปิดร้านสาขาใหม่ของแฟรนไชส์ซอร์ ต้องแจ้งให้แฟรนไชส์ซีก่อน ดังนี้

 

“ข้อ 4 การดำเนินการเกี่ยวกับการขยายสาขาโดยแฟรนไชส์ซอร์เป็นผู้บริหารและดำเนินการด้วยตนเอง หรือให้สิทธิแก่แฟรนไชส์ซีรายใดหรือบุคคลอื่นในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่แฟรนไชส์ซีตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ให้แฟรนไชส์ซอร์แจ้งให้แฟรนไชส์ซีรายที่อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงที่สุดได้ทราบ และให้สิทธิในการเปิดสาขาใหม่แก่แฟรนไชส์ซีรายนั้นก่อน เว้นแต่แฟรนไชส์ซีรายเดิมมีผลประกอบการที่ไม่ผ่านเกณฑ์ที่แฟรนไชส์ซอร์กำหนดอย่างชัดเจนและแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้แฟรนไชส์ซอร์จะต้องให้ระยะเวลาในการพิจารณาแก่แฟรนไชส์ซีไม่น้อยกว่า 30 วันในการแจ้งกลับ

ในการพิจารณาพื้นที่ที่ใกล้เคียงที่สุดตามวรรคหนึ่งให้พิจารณาจากปริมาณความต้องการสินค้าหรือบริการพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง และปัจจัยสภาพการแข่งขันในตลาดประกอบกัน”

 

แนวทางการพิจารณาข้างต้นสร้างความยุติธรรมให้ทั้งแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี ประเด็นอยู่ในเรื่องของการชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลความจำเป็นให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและเห็นชอบก่อนจะดำเนินการใด ๆ ข้อสังเกตนึงของประกาศนี้น่าจะหมายถึงร้านสาขาที่เป็นร้านค้าถาวร ไม่รวมถึงการให้บริการแบบออนไลน์เช่น การบริการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ การส่งอาหาร งานบริการตามบ้าน ซึ่งไม่สามารถกำหนดขอบเขตพื้นที่ได้ชัดเจนถ้าลูกค้ามีความต้องการจะเรียกใช้บริการก็จะเป็นสิทธิของลูกค้าแต่ละรายไป   โดยในกรณีของการให้บริการที่ต้องใช้การเดินทาง แฟรนไชส์ซอร์อาจจะกำหนดให้แฟรนไชส์ซีมีจำนวนรถในการจัดส่ง เป็นสัดส่วนกับจำนวนลูกค้า เช่น รถ 1 คันสามารถให้บริการลูกค้า 50 คนต่อวัน เป็นต้น แทนที่จะกำหนดเป็นพื้นที่การให้บริการ

 

การชี้แจงอย่างโปร่งใส และการปฏิบัติงานตามข้อตกลงกัน คือการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี ให้อยู่กันอย่างเข้าใจและส่งเสริมกัน จะช่วยให้แฟรนไชส์แบรนด์นั้นเข้มแข็งและเติบโตร่วมกัน ลดการเกิดข้อพิพาทกัน คู่แข่งขันอื่น ๆ จะไม่สามารถนำข้อขัดแย้งนี้มาใช้แย่งลูกค้าไปได้

 

บทความโดย เศรษฐพงศ์​ ผดุงพิสุทธิ์, CFE

บริษัท จีโนซิส จำกัด

บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ

ข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจแฟรนไชส์

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2019

ธุรกิจแฟรนไชส์ ได้เปรียบอย่างไร

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เริ่มหลักสูตร “บ่มเพาะนักบริหารในธุรกิจแฟรนไชส์ รุ่นที่ 14” เพื่อพัฒนานักบริหารในธุรกิจแฟรนไชส์ ให้มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนาองค์กรของตนเองให้มีมาตรฐานมากขึ้น และได้เชิญ คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทจีโนซิส จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบแฟรนไชส์ ได้เป็นวิทยากรในเรื่อง “ความรู้พื้นฐานด้านแฟรนไชส์” เนื่องจากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์ (ด้านแฟรนไชส์) และการบริหารการเงิน รวมทั้งเป็นผู้ตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 60 คนเป็นผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับคัดเลือกแล้วว่ามีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในระบบแฟรนไชส์

แฟรนไชส์ คืออะไร

คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ ได้บรรยาย “ข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจแฟรนไชส์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน “ความรู้พื้นฐานด้านแฟรนไชส์” โดยสรุปว่า ธุรกิจที่ใช้ระบบแฟรนไชส์ในการขยายธุรกิจนั้น มีข้อได้เปรียบดังนี้

  1. จะลดต้นทุนในการขยายสาขาของตนเอง เพราะผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์ หรือ แฟรนไชส์ซี เป็นผู้ลงทุนเอง
  2. แฟรนไชส์ซอร์ ไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานใหม่เมื่อขยายสาขาเอง การบริหารจัดการง่ายขึ้น แต่จำเป็นต้องสร้างทีมงานสนับสนุนการจัดการกับแฟรนไชส์ซี
  3. ขยายไปสู่ตลาดได้กว้างขึ้น ลดระยะเวลาในการวิจัยตลาดในพื้นที่ใหม่ ๆ และเข้าถึงพื้นที่ด้วยคนในพื้นที่จริง ๆ ซึ่งจะเข้าใจความต้องการในตลาดท้องที่ การปรับกลยุทธ์การตลาดท้องถิ่น (Local Store marketing) ช่วยกับการตลาดจากส่วนกลาง (Corporate Marketing)
  4. ลดค่าใช้จ่ายในการตลาดบางส่วน เช่นเมื่อขยายได้มากกว่า 20 สาขา ตัวสาขาจะโฆษณาตราสินค้าหรือแบรนด์ไปในตัว
  5. มีรายได้ส่วนเพิ่มจากระบบธุรกิจแฟรนไชส์ เช่น รายได้ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ รายได้ค่ารอยัลตี้ กำไรจากการขายสินค้า เป็นต้น
  6. ได้รับข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ผ่านทางแฟรนไชส์ซี เพื่อพัฒนาการบริหาร สินค้า หรืองานบริการให้ลูกค้าและแฟรนไชส์ซีพึงพอใจ
อย่างไรก็ดี การคัดเลือกแฟรนไชสซี เป็นปัจจัยผันแปรกับข้อได้เปรียบข้างต้น หากคัดเลือกแฟรนไชส์ซีที่ไม่ทำตามระบบงานของแฟรนไชส์ ไม่ชำระค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ไม่ซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบจากแฟรนไชส์ซอร์ มีวิธีการทำงานในรูปแบบของตนเอง ทำให้แฟรนไชส์ซอร์ไม่สามารถควบคุมมาตรฐาน หรือคุณภาพของสินค้าและบริการได้ 

สอบถามงานบริการให้คำปรึกษาการสร้างระบบแฟรนไชส์ได้ที่ โทร. 0899361775

Our Services

และโปรดติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ได้อีกช่องทางที่ Facebook.com/Gnosisadvisory

5 ข้อแฟรนไชส์ซอร์ต้องมี แฟรนไชส์ซีควรได้

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2019

5 ข้อแฟรนไชส์ต้องมี

ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นแล้วว่าเป็นทางลัดในการสร้างธุรกิจได้เร็วกว่าการเริ่มต้นสร้างธุรกิจด้วยตนเอง ขณะที่การทำธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงและปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจการทำธุรกิจแฟรนไชส์อย่างแท้จริง กล่าวคือ “แฟรนไชส์ซอร์” (หรือเจ้าของธุรกิจที่จะขยายกิจการแบบแฟรนไชส์นั้น) จะเน้นขายเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าแรกเข้า และเก็บค่ารอยัลตี้ ค่าการตลาด โดยไม่ได้สนับสนุนให้เกิดธุรกิจนั้นอย่างจริงจัง นักลงทุนที่ซื้อแฟรนไชส์ (หรือเรียกว่า “แฟรนไชส์ซี”) จะตกหลุมกับคำหวานว่าจะได้เงินคืนทุน และได้ผลกำไรแบบลมๆ ไม่ได้ธุรกิจที่ต้องการ ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากแฟรนไชส์ซอร์ เป็นต้น

ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ใดก็ตาม หรือแม้กระทั่งธุรกิจใดที่ต้องการจะขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ควรคำนึงถึง 5 ปัจจัยที่ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องมี ดังนี้

โครงสร้าง แฟรนไชส์

1. แผนธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ

สิ่งที่แฟรนไชส์ซีปรารถนาในการลงทุนซื้อแฟรนไชส์คือ “รูปแบบธุรกิจ” หรือ Business Model ที่ดำเนินธุรกิจมาระยะเวลาหนึ่งแล้วว่าประสบความสำเร็จทั้งด้านการเงินและชื่อเสียง มีแบรนด์สินค้าเป็นที่ยอมรับ มีสินค้าและบริการเป็นที่นิยม เป็นต้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ธุรกิจควรมีรูปแบบพร้อมให้นักลงทุนหรือแฟรนไชส์ซีดำเนินการได้ตามแนวทางของแฟรนไชส์ซอร์ (ธุรกิจต้นแบบ) ไม่ต้องไปคิดกลยุทธ์หรือแผนงานเริ่มต้นด้วยตนเองอีก

2. คอร์สอบรม และคู่มือปฎิบัติงาน

แฟรนไชส์ซอร์ต้องเตรียมหลักสูตรการอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และกระบวนการปฎิบัติงานต่างๆ ให้แฟรนไชส์ซีฝึกพัฒนาจนสามารถดำเนินธุรกิจได้เหมือนกับแฟรนไชส์ซอร์ ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจลงทุน แฟรนไชส์ซีควรสอบถามระยะเวลาการอบรม ตรวจดูหลักสูตรต่างๆ และเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับระยะเวลาการฝึกอบรม และควรสอบถามว่ามีแผนการอบรมเพิ่มเติม และแผนการดูแลสนับสนุนการดำเนินงานจากแฟรนไชส์ซอร์อย่างไรบ้าง

3. ระบบการตลาด

แฟรนไชส์ซอร์ต้องสามารถแสดงแผนการตลาดที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโต และช่วยให้แฟรนไชส์ซีมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะค่าการตลาดที่แฟรนไชส์ซอร์เรียกเก็บจากแฟรนไชส์ซีนั้นจะถูกใช้ไปกับกลยุทธ์การตลาดต่างๆ อย่างเป็นระบบแบบแผน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จ และนำเสนอแผนการตลาดใหม่ๆ ในอนาคต

4. ระบบเทคโนโลยี

แฟรนไชส์ซอร์ต้องพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือระบบไอทีของตนเองอย่างต่อเนื่องให้มีความรวดเร็ว ปลอดภัยและแม่นยำ ซึ่งสามารถใช้ติดต่อประสานงานกับแฟรนไชส์ซี และใช้ตรวจสอบผลการทำงานเพื่อดูแลสนับสนุน เช่นข้อมูลด้านยอดขาย ข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า ข้อมูลการตลาดเป็นต้น ทั้งนี้ระบบดังกล่าวควรใช้ตรวจสอบข้อมูลภายในของแฟรนไชส์ซอร์เองได้ด้วย

5. เครือข่ายแฟรนไชส์ซี

เป็นข้อพิสูจน์ความแข็งแรงของระบบแฟรนไชส์ของธุรกิจนั้นเลย นักลงทุนรายใหม่ควรมีโอกาสสอบถามความเห็นของแฟรนไชส์ซีปัจจุบันว่าได้รับการดูแลสนับสนุนหรือมีปัญหาใดๆ ในการดำเนินธุรกิจอย่างไร ซึ่งการรวมตัวของแฟรนไชส์ซีหรือเครือข่ายนี้จะพัฒนาอย่างดีเมื่อได้รับความเอาใจใส่ของแฟรนไชส์ซอร์โดยตลอด อย่างไรก็ตามสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ใหม่ๆ อาจยังไม่มีแฟรนไชส์ซีเป็นจำนวนมาก นักลงทุนควรสอบถามแฟรนไชส์ซอร์เกี่ยวกับนโยบายการสนับสนุนเครือข่ายแฟรนไชส์ซีในอนาคตอย่างไร

ทั้ง 5 ข้อข้างต้นแฟรนไชส์ซอร์ต้องมีพร้อม และแฟรนไชส์ซีควรใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน

การตลาด และการประชาสัมพันธ์ แฟรนไชส์

บทความโดย เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์, CFE กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ

การสร้างระบบแฟรนไชส์มาตรฐาน จะต้องเริ่มต้นจากการวางแผนกลยุทธ์ให้ชัดเจน และมีคู่มือปฏิบัติงาน มีสัญญาแฟรนไชส์ที่รัดกุม และระบบการสนับสนุนแฟรนไชส์ซี รักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน 
สนใจการสร้างระบบแฟรนไชส์ ติดต่อ บริษัท จีโนซิส จำกัด โทร. 0899361775

หรือ https://www.gnosisadvisory.com/services/

ติดตามข่าวสารงานสัมมนาได้อีกช่องทางที่ Facebook.com/gnosisadvisory