เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์ (วิดีโอ)

Tuesday, September 10th, 2562

เทคนิคการตรวจสอบ และเตรียมตัวก่อนซื้อแฟรนไชส์

เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุน ลดความเสี่ยงในการลงทุน และได้รับผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจตามความคาดหวัง ถึงแม้ว่าการลงทุนซื้อธุรกิจในระบบแฟรนไชส์นั้น เป็นธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์ จากการดำเนินงานมาหลากหลาย ลองผิด ลองถูก จนได้เป็น ธุรกิจต้นแบบ ที่เจ้าของแฟรนไชส์นั้น มั่นใจว่า แฟรนไชส์ซีจะสามารถทำตามแล้วจะได้กำไรเหมือนกัน

อย่างไรก็ดี มีอัตราความล้มเหลวของแฟรนไชส์ซี เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เมื่อแฟรนไชส์ซีเลือกซื้อธุรกิจ แฟรนไชส์ ที่ผิดพลาด เช่นไม่ตรงกับความถนัด หรือความชอบ ไม่เหมาะสมกับทำเลที่ตั้งที่มีอยู่ ไม่รู้จักแบรนด์แฟรนไชส์นั้นว่ามีลูกค้ากลุ่มใด ลงทุนมากเกินไป เป็นต้น

รายการ SME Clinic โดยธนาคาร กรุงเทพ ได้สัมภาษณ์ คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ในหัวข้อ เทคนิคการตรวจสอบ และเตรียมตัวก่อนซื้อแฟรนไชส์ เป็นส่วนหนึ่งของตอน “ก้าวสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ จะเริ่มต้นอย่างไร”

ประเด็นพูดคุย ได้แก่

  • เทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในปัจจุบัน (ปี 2560)
  • เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์  ได้แก่ ระดับความเป็นผู้ประกอบการของแฟรนไชส์ซี การเลือกประเภทธุรกิจ ความชอบความถนัด ทำเลที่ตั้ง ระดับเงินทุน อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ การสอบถามแฟรนไชส์ซีรายอื่นๆ การวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของแฟรนไชส์ซอร์ วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำของเจ้าของแฟรนไชส์ ความสามารถในการทำตลาดของแฟรนไชส์ในอดีตและแผนในอนาคต เป็นต้น

อีกประเด็นสำคัญคือ ความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี ตลอดระยะเวลาสัญญาแฟรนไชส์ มีการวางแผน และการดำเนินงานอย่างไร เพราะงานของแฟรนไชส์ซอร์คือสร้างธุรกิจให้เติบโต และพัฒนาตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แฟรนไชส์ซีสามารถทำกำไร และสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นได้ และแฟรนไชส์ซีจะยินดีชำระค่ารอยัลตี้ ให้กับแฟรนไชส์ซอร์ในการสร้างระบบแฟรนไชส์ให้เข้มแข็ง

ถ้าคุณผู้อ่าน ต้องการจะเลือกซื้อแฟรนไชส์อะไร และต้องการคำแนะนำ สามารถติดต่อมาได้ที่ email: contact@gnosisadvisory.com หรือเขียนข้อความมาที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/

แฟรนไชส์ซี จัดการเงินให้อยู่รอด และเติบโตอย่างไร (วิดีโอ)

Tuesday, September 10th, 2562

ปัญหาด้าน จัดการเงิน ของ แฟรนไชส์ซี

เมื่อลงทุนซื้อแฟรนไชส์มาแล้ว แฟรนไชส์ซี จัดการเงิน และดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ทั้งๆ ที่รูปแบบการดำเนินงานจะทำตามเจ้าของแฟรนไชส์แล้วก็ตาม ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านขาดสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจจะเกิดจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ผันแปร

รายการ SME Clinic โดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้เชิญ คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ที่ปรึกษาด้านการกลยุทธ์ การเงินธุรกิจ และระบบแฟรนไชส์ มาแบ่งปันความรู้ด้าน จัดการเงินให้อยู่รอด และเติบอย่างไร

ประเด็นพูดคุยในเทปที่ 1 ได้แก่

  • ปัญหาด้านการจัดการทางการเงินของ แฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี มีความเหมือนและความแตกต่างอย่างไร
  • การหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุน แฟรนไชส์
  • คุณลักษณะแฟรนไชส์ที่ได้รับมาตรฐานแฟรนไชส์ จะช่วยให้ขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น จริงหรือไม่

https://www.youtube.com/watch?time_continue=19&v=oTJLaBFulPUhttps://www.youtube.com/watch?time_continue=19&v=mkKcZzdvC04

ประเด็นพูดคุยในเทปที่ 2 ได้แก่

  • เข้าใจโครงสร้างการลงทุน โครงสร้างการเงินของรูปแบบแฟรนไชส์ วิเคราะห์ผลตอบแทน วิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์  ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ ค่าการตลาด เป็นต้น
  • การประเมินเงินทุนหมุนเวียน เพื่อบริหารสภาพคล่อง ตามรูปแบบแฟรนไชส์ (Prototype)
  • การบริหารการเงินของแฟรนไชส์ซี ได้แก่การวางแผน การประมาณการล่วงหน้า กระแสเงินสด การใช้ POS  และระบบบัญชีการเงิน หรือ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)

คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ แนะนำว่าการบริหารการจัดการเงิน และการดำเนินธุรกิจของ แฟรนไชส์ซี นั้นควรเริ่มต้นทำตามรูปแบบการดำเนินงานของแฟรนไชส์ซอร์ ที่จัดทำโครงสร้างการเงิน การลงทุนมาให้ และเมื่อดำเนินงานแล้ว ควรเก็บบันทึกข้อมูลจริง เปรียบเทียบกับข้อมูลประมาณการหรือข้อมูลต้นแบบของแฟรนไชส์ซอร์ ว่ามีความเหมือนและความต่างอย่างไร

วิเคราะห์ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ บริหารกระแสเงินสด โดยจะต้องทำงบประมาณเงินสดล่วงหน้า และสำรองเงินสดขั้นต่ำ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

แฟรนไชส์ซี จะสามารถดำเนินธุรกิจให้อยู่ และเติบโตได้

หากมีคำถาม หรือข้อสงสัยประการใด กรุณาติดต่อได้ที่ contact@gnosisadvisory.com 
หรือเข้ามา Inbox ที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/

มาตรฐานแฟรนไชส์ กับการสร้างความสัมพันธ์

Tuesday, September 10th, 2562

มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์มองเป็นอันดับแรกคือระบบการปฏิบัติงาน มองถึงคุณภาพของสินค้าและมาตรฐานการให้บริการ มองข้ามการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ (เจ้าของแบรนด์) และแฟรนไชส์ซี (ผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์) คือเกณฑ์ มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่สำคัญมากเช่นกัน

โดยหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพ มาตรฐานแฟรนไชส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จะใช้เกณฑ์เดียวกับ เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ  เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ โดยสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ทั้งนี้ได้มีการปรับเกณฑ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจแฟรนไชส์ โดยทีมที่ปรึกษาโครงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ ปีงบประมาณ 2558 ซึ่งคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด เป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษา และผู้ตรวจประเมินเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์มาตั้งแต่ปี 2553 และได้บรรยายในหลักสูตร เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ ให้กับผู้ประกอบการแฟรนไชส์ วันที่ 8 มิถุนายน 2558


หลักเกณฑ์สำคัญของ มาตรฐานแฟรนไชส์ อยู่ในหัวข้อหลัก 7 ข้อได้แก่

  1. การนำองค์กร  (120 คะแนน)
  2. การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (100 คะแนน)
  3. การมุ่งเน้นลูกค้า (120 คะแนน)
  4. การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (80 คะแนน)
  5. การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (100 คะแนน)
  6. การมุ่งเน้นการปฏิบัติการ (130 คะแนน)
  7. ผลลัพธ์ทางธุรกิจ (350 คะแนน)

คะแนนรวม 1,000 คะแนน คะแนนมาตรฐานคือ 650 คะแนน

เมื่อธุรกิจแฟรนไชส์ได้กำหนดแผนกลยุทธ์โดยมีผู้นำแสดงวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว การดำเนินงานรักษาฐานลูกค้า สร้างลูกค้าใหม่ และการพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า คือการรักษาฐานให้แฟรนไชส์เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การจำแนกกลุ่มลูกค้าและตลาด จะช่วยให้การกำหนดทิศทางกลยุทธ์ธุรกิจตอบสนองได้ตรงประเด็น ตรงใจลูกค้า และความหมายของลูกค้าไม่ใช่เพียงแค่ ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้ใช้บริการเท่านั้น แต่หมายรวมถึง แฟรนไชส์ซี หรือ ผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ไปดำเนินธุรกิจตามที่หวังผลสำเร็จเหมือนกับแฟรนไชส์ซี  ดังนั้นการฟังเสียงลูกค้า (Voice of Customer) และการประเมินความพึงพอใจของลูกค้า การจัดการข้อเรียกร้องต่างๆ ในหัวข้อการมุ่งเน้นลูกค้า (Customer Focus) ในเกณฑ์ มาตรฐานแฟรนไชส์ จะส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ แฟรนไชส์ซี และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล


นอกจากนี้การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (Workforce Focus) อีกหนึ่งเกณฑ์ใน มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและบุคคลในกิจการ ได้แก่การสร้างความผูกพันโดยการเพิ่มคุณค่าของบุคลากร มีการวางแผนอาชีพ (Career Path) การกำหนดลักษณะงาน (Job Description) การพัฒนาบุคลากร เช่นการฝึกอบรม การบริหารค่าจ้างและผลตอบแทน และต้องประเมินความผูกพันของบุคคลทุกๆ ปีด้วย ซึ่งไม่ใช่บุคคลในกิจการเท่านั้น แฟรนไชส์ซี เปรียบเสมือนหุ้นส่วนธุรกิจที่ต้องการพัฒนาเป็นประจำ ทั้งด้านพัฒนาศักยภาพภาวะผู้นำ และการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และทุกครั้งในการพัฒนาจะต้องประเมินผลด้วยว่ามีผลตอบรับเป็นอย่างไร นำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนากลยุทธ์การสร้างความผูกพันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สภาพแวดล้อมในการทำงานจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสร้างผลกำไรได้ เช่นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุในการทำงาน ไม่เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว พนักงานมีความสุขในการทำงาน บรรยากาศส่งเสริมให้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น

ธุรกิจแฟรนไชส์จะดำรงอยู่ได้เมื่อมีความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี หากแฟรนไชส์ซอร์จะหวังรวยอยู่ข้างเดียวปล่อยให้แฟรนไชส์ซีซื้อสิทธิไปแล้วทิ้งขว้าง อนาคตของแฟรนไชส์ซอร์นั้นก็ไปได้ไม่นานหรอก เมื่อจะยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐานต้องยกระดับความสัมพันธ์จนกระทั่งให้เกิดความผูกพันกันได้

แฟรนไชส์ซอร์จะประสบความสำเร็จได้เมื่อแฟรนไชส์ซีประสบความสำเร็จแล้ว นี่คือเกณฑ์ มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่ยอมรับกันทั่วโลก

ติดต่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ให้กับธุรกิจได้ที่ contact@gnosisadvisory.com

หรือกดติดตามที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/