10 กฎเหล็กในการบริหารเงินสด SME

Tuesday, September 10th, 2562

ปัญหาใหญ่ในการบริหารจัดการของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME  คือการขาดสภาพคล่องในการบริหารจัดการธุรกิจ หรืออีกนัยหนึ่งคือขาดเงินสดหมุนเวียนเพื่อใช้ดำเนินกิจการให้เพียงพอในการใช้จ่ายทั้งด้านการลงทุนและค่าใช้จ่ายบริหารต่างๆ จริงอยู่ที่สิ่งแรกที่เจ้าของกิจการต้องทำคือการหาตลาดสร้างรายได้ จนลืมไปว่าเงินสดหมุนเวียนไม่พอใช้ เช่นนำเงินไปลงทุนหมดแล้ว และในบางกิจการขายเชื่อไป กว่าจะได้เงินสดก็ขาดใจกันไปก่อน หรือทำธุรกิจแบบหมุนเงินจ่ายหนี้นอกระบบจนไม่เหลือใช้เอง

บทความ  10 กฎเหล็กในการบริหารเงินสด SME นี้คัดออกมาบางส่วนจาก CD คู่มือฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโดย SME Bank เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกค้าธนาคารเมื่อปีพ.ศ. 2552 ซึ่งดำเนินรายการโดยคุณสุภาวดี เวศยพิรุฬห์ อดีตผู้บริหารช่องเถ้าแก่ สถานีดาวเทียม ASTV และปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุ  MCOT 100.5 FM ได้เชิญคุณเศรษฐพงศ์​ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการการเงินสำหรับธุรกิจ  แนะนำแนวทางในการบริหารสภาพคล่องให้กับเจ้าของกิจการ  SME

10 กฎที่เจ้าของกิจการ SME ต้องปฎิบัติตามเพื่อการบริหารสภาพคล่อง หรือบริหารเงินสดหมุนเวียนในกิจการ ได้แก่

  1. อย่าให้เงินสดขาดมือ ควรประมาณเงินสดขั้นต่ำไว้เผื่อฉุกเฉิน
  2. คำนึงไว้เสมอว่าหัวใจในการดำเนินธุรกิจ SME คือ เงินสด ไม่ใช่กำไรหรือตัวเลขทางบัญชี
  3. ตรวจสถานะเงินสดของกิจการเป็นประจำ ทั้งในปัจจุบัน และประมาณการ (เงินสดรับ เงินสดจ่าย)
  4. ทำงานวันนี้ ควรบันทึกวันนี้ เพื่อความถูกต้องและไม่ล่าช้า
  5. อย่าเพิกเฉยในการจัดทำงบกระแสเงินสด เป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน
  6. อย่าตรวจดูสถานะเงินใน Bank Statement หรือในสมุดบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียว
  7. ต้องสามารถคาดการณ์ เงินสดสุทธิ ใน 6 เดือนข้างหน้าได้
  8. เตือนตัวเองเสมอว่า ปัญหาทางการเงินในวันนี้ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุในวันนี้ แต่เกิดจากปัญหาที่สะสมไม่ได้แก้ไข
  9. ต้องทำงบประมาณเงินสด  (Cash Budget)
  10. ไม่ควรหมกมุ่นกับเรื่องเงินสดมากจนละเลยการทำธุรกิจอื่นๆ

ฟังรายละเอียดการพูดคุยได้ในวิดีโอต่อไปนี้
10 กฎเหล็กบริหารเงินสดสำหรับ SME

12 คำถามที่เจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารต้องตอบ

Tuesday, September 10th, 2562

การบริหารหรือการดำเนินธุรกิจทั้งขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ เถ้าแก่ เจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารธุรกิจในองค์กรนั้นจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจอย่างถ่องแท้ และสามารถสื่อสารหรือถ่ายทอดความเข้าใจนั้นให้กับผู้อื่นได้ เช่นพนักงานในบริษัท ผู้ร่วมลงทุน (ผู้ถือหุ้น) ลูกค้า ซัพพลายเออร์ (ผู้ขายวัตถุดิบ) สถาบันการเงิน นักลงทุน หรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไปที่สนใจในธุรกิจของคุณ  โดยทั่วไปจะออกมาเป็นรูปแบบของแผนธุรกิจ หรือหนังสือชี้ชวน เป็นต้น

ทั้งนี้ Gnosis ได้รวบรวมประเด็นสำคัญที่ผู้บริหารจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจของตนเอง และ Gnosis ใช้คำถามเหล่านี้เป็น Questionare เบื้องต้นก่อนให้คำปรึกษาการวางแผนธุรกิจแก่องค์กรนั้นๆ

12 คำถามต่อไปนี้ครอบคลุมกลยุทธ์หลัก และประเด็นการบริหารที่ผู้นำองค์กรต้องตอบให้ได้ ซึ่งถ้าตอบไม่ได้หรือตอบแบบไม่มั่นใจ คุณจะได้เห็นความล้มเหลวหรือความผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

  1. คุณอยู่ในธุรกิจประเภทใด ธุรกิจของคุณให้ประโยชน์อะไรแก่ลูกค้าในการดำเนินหรือพัฒนาชีวิตหรือในการทำงาน
  2. พันธกิจ (Mission) หรือเป้าหมายของธุรกิจคืออะไร สามารถระบุได้ว่าคุณต้องการจะทำอะไรให้สำเร็จ หรือหลีกเลี่ยงเรื่องใด หรือทำอย่างไรเพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับธุรกิจโดยตลอด
  3. ลูกค้ากล่าวถึงธุรกิจของคุณ และบอกต่อกับคนอื่น สรุปเป็นประโยคหรือเป็นคำว่าอะไร
  4. ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือใคร
  5. อธิบายลักษณะทั้งกายภาพ แนวคิด พฤติกรรม ทัศนคติ การใช้ชีวิต ค่านิยม ของกลุ่มเป้าหมาย และอธิบายได้ว่าลูกค้าเป้าหมายคิดหรือตัดสินใจในการซื้อสินค้าหรือบริการของคุณอย่างไร
  6. ลูกค้าเป้าหมายพิจารณา “คุณค่า” สินค้าหรือบริการของคุณอย่างไร หรืออีกนัยหนึ่ง ลูกค้าเป้าหมายมองหาหรือคาดหวังผลประโยชน์อะไรจากการทำธุรกิจกับคุณ
  7. ความสามารถหลัก (Core Competency) ธุรกิจของคุณคืออะไร กล่าวคือทักษะหรือความสามารถพิเศษอะไรที่คุณสามารถเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้
  8. ระบุคู่แข่งขันทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือมีใครอีกบ้างที่ขายสินค้าหรือบริการเหมือนกับคุณ ให้กับกลุ่มลูกค้าเดียวกัน
  9. ลูกค้าสนใจไปใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากคู่แข่งเพราะอะไร ลูกค้าได้รับผลประโยชน์อะไรที่ได้จากคู่แข่งแต่ไม่ได้จากคุณ
  10. สินค้าหรือบริการใดที่สร้างผลกำไรสูงสุดให้กับธุรกิจ และสินค้าหรือบริการใดที่ให้ผลกำไรน้อยที่สุด
  11. ธุุรกิจของคุณมีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ มีความแตกต่างหรือความโดดเด่นในเรื่องใด
  12. หากต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างประสิทธิผล และประสิทธิภาพในองค์กร คุณจะทำอะไรบ้าง (เช่นทีมงาน, วิธีการดำเนินงาน, บริหารค่าใช้จ่าย เป็นต้น)

เจ้าของธุรกิจ หรือผู้นำองค์กรต้องสามารถตอบคำถามข้างต้นได้อย่างมั่นใจ หรือตอบแบบไม่ลังเล ถ้าหากไม่รู้คำตอบหรือไม่แน่ใจในคำตอบ ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องรีบหาคำตอบให้รวดเร็วที่สุดถ้าคิดจะดำเนินธุรกิจของตนเองต่อไปอย่างมั่นคงและมีอนาคตที่ดี

สร้างแรงจูงใจให้ตัวเองและคนอื่นด้วย Positive Stroke

Tuesday, September 10th, 2562

คุณแก้วตา ผดุงพิสุทธิ์ Trainer ประจำบริษัท จีโนซิส จำกัดแนะนำเรื่องการใช้ Stroke เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองและผู้อื่น Stroke คือท่าทีรวมถึงเจตคติที่สร้างความรู้สึกที่มีผลกระทบกับตัวเองและคนรอบข้าง คุณแก้วตาเสนอให้ทุกคนสร้าง Stroke ที่เป็นบวกเริ่มต้นจากตัวเองสะท้อนให้กับคนอื่นๆ ด้วย

Kaewta Phadungpisuth, the trainer of Gnosis Company Limited (www.gnosisadvisory.com) encourages you to have positive stroke to motivate yourself and others.

จัดทำงบประมาณ (Budget) ให้มีประสิทธิภาพ ต้องคำนึงเรื่องอะไร?

Tuesday, September 10th, 2562

เมื่อพูดถึงการจัดทำงบประมาณประจำปีของบริษัท ไม่เพียงแค่ฝ่ายบัญชีการเงินจะตื่นตระหนกแล้ว ทุกฝ่ายหรือทุกแผนกควรมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน จะว่าไปแล้วการทำงบประมาณหรือ Budget ก็เหมือนกับกับการคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าบริษัทจะเติบโตหรือขยับตัวไปทิศทางไหน สอดคล้องกับแผนธุรกิจ วิสัยทัศน์ และเป้าหมายของบริษัทอย่างไร ทั้งๆ ที่พนักงานทุกคนลงมือลงแรงลงความคิดในการทำงานเป็นชีวิตประจำวันกันทั้งนั้น แต่พอให้ทำงบประมาณในปีหน้า ถึงกับเครียดกันเป็นแถบ

Gnosis (จีโนซิส) ขอเสนอเกร็ดย่อยๆ การจัดทำงบประมาณ Budget ให้มีประสิทธิภาพต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

ตัวอย่างประมาณการรายเดือน

  • การจัดทำงบประมาณ หรือการประมาณการทางการเงินอะไรก็ตาม ต้องคิดเป็นระบบ รอบครอบ มีเหตุมีผล (มีที่มาที่ไปของสมมติฐาน) และต้องคิดแบบเบ็ดเสร็จ คือไม่ใช่ว่าจะคิดแค่ส่วนงานของตัวเอง ต้องมองรอบข้างด้วยว่างบประมาณที่ตั้งไว้จะกระทบกับแผนกไหนบ้าง มีความเป็นไปได้หรือไม่
  • จำไว้ว่า จะพยากรณ์ยอดขาย จำต้องมองเรื่องค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกันด้วย ไม่เพียงแค่คิดจะสร้างยอดขาย แต่ต้องไม่ลืมว่าจะต้องลงทุนเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่จะได้ยอดขายมา
  • ทุกครั้งที่ใส่สมมติฐานใหม่ ให้มองดูที่ผลลัพธ์สุดท้ายด้วย (Bottom Line) ว่าเกินหรือต่ำความเป็นจริงอย่างไร หรืออีกนัยหนึ่งในการประมาณการแต่ละขั้น ควรสังเกตุว่าบริษัทกำไรหรือขาดทุนแตกต่างจากที่คิดหรือไม่ (ดูตัวเลขของแต่ละแผนกประกอบ)
  • เปรียบเทียบยอดประมาณการ (Forecast) กับยอดจริงที่เกิดขึ้น (Actual) หรือเทียบกับผลประกอบการที่ผ่านมา หาข้อแตกต่างที่เป็นนัยสำคัญ
  • โครงสร้างทางการเงินของธุรกิจส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนแปลงมากโดยเฉพาะรายได้และค่าใช้จ่ายหลักๆ ดังนั้นการจัดทำเป็นระบบสอดคล้องกันจะทำให้การจัดทำงบประมาณง่ายขึ้น เช่นให้ทำอัตราส่วนร้อยละของแต่ละค่าใช้จ่ายเทียบกับยอดขาย เป็นต้น
  • ไม่จำเป็นต้องประมาณการรายการทางบัญชีทุกตัว ควรจะกรุ๊ปหรือจัดกลุ่มบัญชีให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจก่อนที่จะประมาณการ
  • พิจารณาให้เหมาะสมสำหรับรายได้หรือค่าใช้จ่าย ว่าเป็นยอดที่จะเกิดโดยตลอดหรือเป็นประจำ (On-going) หรือเกิดขึ้นครั้งเดียวจะไม่เกิดซ้ำบ่อยๆ (one-time) และควรสังเกตุให้ดีว่ามีค่าใช้จ่ายที่จ่ายเป็นประจำใดบ้างที่จะได้รับการสนับสนุนจากรายได้เพียงครั้งเดียวหรือไม่ ถ้าเป็นในกรณีนี้ควรวางแผนในเรื่องการบริหารเงินสดให้ดี ดังนั้นควรปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณานโยบายด้านการขายหรือการจัดการค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกัน
  • วางแผนรับสถานการณ์ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายหรือรายได้ที่ควรจะได้รับโดยตลอดนั้น มีการเปลี่ยนแปลง หรือรับจ่ายไม่เท่ากัน หรือช่วงเวลาผิดเพี้ยน
  • ควรมั่นใจว่ากิจการได้ทำตามกฎระเบียบหรือข้อบังคับต่างๆ ที่กิจการมีไว้กับผู้อื่น เช่นการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย ในการบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow Management) จะต้องมีพอในการชำระหนี้ตามสัญญา
  • แน่นอนว่าแต่ละฝ่ายมีแผนประมาณการจำนวนมาก จึงควรจะทำเอกสารสรุปในหนึ่งหน้า (Summary Sheet) ทั้งนี้ลองพิมพ์ออกมาอ่านและพิจารณาดูว่า ถ้าคนอื่นที่ไม่รู้รายละเอียดของตัวเลขแต่ละตัว จะเข้าใจความหมายบทสรุปของตัวเลขได้มากแค่ไหน ซึ่งคนเหล่านั้นควรจะได้รับรู้ตามสิ่งที่เราต้องการให้รู้
  • เชื่อในการตัดสินใจของคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเลขดูทะแม่งๆ ไม่มั่นใจ ให้กลับไปดูอีกครั้ง และทำจนคุณรู้สึกพอใจ
  • เมื่อทำงบประมาณการได้แล้ว จะต้องเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจริง (Actual Data) กับงบประมาณ (Budget Data) เสมอ เพื่อใช้เป็นข้อมูลหรือสมมติฐานในการจัดทำงบประมาณในปีต่อไปง่ายขึ้น
  • ถ้าเป็นไปได้ให้ทำงบประมาณแบบรายเดือน (monthly budget)
  • เมื่อจัดทำงบประมาณเสร็จแล้ว ต้องตรวจเช็คความถูกต้องทั้งหมดอีกครั้ง (จำเป็นมากครับ เพราะจะเห็นภาพรวมอย่างชัดเจน)

หากมีข้อสงสัยหรือข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณทางการเงิน  Budget Management ติดต่อ บริษัท จีโนซิส จำกัด contact@gnosisadvisory.com

บทความที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรการสร้างแบบจำลองทางการเงิน

รวมมาตรการของธนาคาร ช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุทกภัย (2)

Tuesday, September 10th, 2562

มาตราการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของธนาคารต่างๆ

ต่อจากบทความ “รวมมาตรการของธนาคาร ช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุทกภัย (1)” ยังมีอีกหลายธนาคารที่เตรียมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าของตัวเอง และเปิดรับลูกค้าใหม่ ซึ่งวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ (ก.ย.-พ.ย. 2554) กระทบทุกระดับรายได้ และทุกขนาดของธุรกิจ และหลายพื้นที่ ดังนั้นเพื่อครอบคลุมมาตรการช่วยเหลือและเป็นแนวทางในการฟื้นฟูเยียวยา ทีมงานบริษัท จีโนซิส จำกัด จึงรวบรวมมาตรการของธนาคารเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

ธนาคารออมสิน

ธนาคารออมสิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ที่ประสบภัยพิบัติที่ขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลือภายในวันที่ 30 พ.ย. 2554 ซึ่งแยกตามประเภทของสินเชื่อ และเสนอมาตรการรองรับ 3 แบบ ได้แก่

  • สินเชื่อเคหะ ลูกค้าเดิมสามารถเสนอขอพักชำระหนี้เงินต้น หรือเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยไม่เกิน 6 เดือน และขอขยายเวลาการชำระหนี้ออกไปได้ไม่เกิน 2 เดือน ซึ่งถ้าอยากจะกู้เพิ่มกรณีฉุกเฉิน ให้กู้เพิ่มได้ไม่เกิน 10% ตามสัญญาเดิมและไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.45% ต่อปีใน 3 ปีแรก ปีถัดไปอัตราดอกเบี้ยคือ MLR-0.5% ต่อปี นอกจากนี้ถ้าต้องการกู้เพื่อซ่อมแซม จะได้วงเงินไม่เกิน 300,000 บาท และไม่เกิน 100%  ของราคาประเมิน (สำหรับลูกค้าเดิม) อายุสัญญาไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.45% ต่อปีใน 3 ปีแรก และปีถัดไปอัตราดอกเบี้ย MLR-0.5% ต่อปี
  • สินเชื่อบุคคล /สินเชื่อพัฒนากลุ่มอาชีพ ลูกค้าสามารถพักชำระหนี้ได้ไม่เกิน 6 เดือน และขยายเวลาการชำระออกไปได้ไม่เกิน 1 ปี แต่ถ้าหากได้รับผลกระทบรุนแรงมาก ธนาคารจะงดคิดดอกเบี้ย และพักการชำระเงินต้นไม่เกิน 6 เดือน และขยายเวลาการชำะออกไปได้ไม่เกิน 2 ปี  นอกจากนี้ หากต้องการกู้เพิ่มในกรณีฉุกเฉิน จะกู้ได้ไม่เกินรายละ 50,000 บาท ระยะเวลาชำระไม่เกิน 5 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย  MLR ไม่ต้องมีบุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • สำหรับลูกค้าสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน/ สินเชื่อโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (หนี้นอกระบบ) /สินเชื่อธุรกิจห้องแถว / สินเชื่อองค์กรชุมชน ลูกค้าสามารถพักชำระหนี้ได้ไม่เกิน 6 เดือน และขยายเวลาการชำระออกไปได้ไม่เกิน 1 ปี และสามารถขอกู้เพิ่มได้ เช่น สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน ได้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR+1% ต่อปี อายุสัญญาไม่เกิน 5 ปี, สินเชื่อธุรกิจห้องแถว กู้ได้อีกรายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MLR-1.50% ต่อปี ชำระเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี
  • สินเชื่อธุรกิจ SME ลูกค้าสามารถขอพักชำระหนี้เงินต้น ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยไม่เกิน 6 เดือน ขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไปอีกไม่เกิน 1 ปี หากกรณีรุนแรงให้งดคิดดอกเบี้ย และพักการชำระเงินต้นไม่เกิน 6 เดือน และปรับระยะเวลาผ่อนชำระออกไปจากเดิมอีกไม่เกิน 2 ปี นอกจากนี้ถ้าต้องการขอสินเชื่อเพิ่มเติมพิเศษ ธนาคารให้กู้เพิ่มได้ไม่เกินรายละ 500,000 บาท ระยะเวลาชำระไม่เกิน  5 ปี ในอัตราดอกเบี้ย MLR-1.50%

ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธนาคารอาคารสงเคราะห์นำเสนอโครงการเงินกู้เพื่อลดภาระหนี้ ปลูกสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ประสบอุทกภัยปี 2554 โดยมีแนวทางการช่วยเหลือ เช่น

  • ธนาคารจะผ่อนปรนการชำระหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน กรณีหลักประกัน และ/หรือแหล่งรายได้ได้รับผลกระทบ
  • ธนาคารจะลดดอกเบี้ยให้เหลือ 0.01% ต่อปี กรณีได้รับอุบัติเหตุจากน้ำท่วม จนทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือเสียชีวิต
  • ธนาคารจะปลดภาระหนี้ตามยอดหนี้คงเหลือ ในกรณีที่อาคารที่อยู่อาศัยพังเสียหายจนซ่อมแซมไม่ได้
  • กรณีที่ลูกค้าเดิมขอสินเชื่อใหม่เพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนหรือซ่อมแซม สามารถขอวงเงินใหม่ได้รายละไม่เกิน  1 ล้านบาทคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2% ต่อปี ในระยะเวลา 5 ปีแรก หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศของธนาคาร
  • สำหรับลูกค้าใหม่ สามารถขอกู้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4% ต่อปีเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี (ไม่เกิน 100% ราคาประเมินค่าซ่อมแซม) วงเงินต่อรายไม่เกิน 1 แสนบาท โดยต้องมีบุคคลค้ำประกัน

ธนาคารยูโอบี

ธนาคารยูโอบี ออกมาตราการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ประสบภัย โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมและสภาวะของลูกค้าแต่ละราย มีมาตราการดังนี้

  • ลูกค้าสินเชื่อบ้านสามารถขอเลื่อนผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 1-3 เดือน
  • ยกเว้นดอกเบี้ยผิดนัด ในกรณีชำระล่าช้า
  • ลดค่างวดผ่อนชำระตั้งแต่ 1-12 เดือน
  • ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้ตั้งแต่ 1-6 เดือน (หมายความว่าสามารถหยุดชำระเงินต้นได้ในระยะเวลาเดียวกัน)

สำหรับลูกค้าที่ต้องการกู้เพิ่ม ธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0%  6 เดือนแรก และลูกค้าใหม่ที่กู้สินเชื่อเอนกประสงค์  (CASH TO HOME) ธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% 3 เดือนแรก เพื่อนำไปใช้ซ่อมแซม ปรับปรุงทรัพย์สินที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้  อัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นจะปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ MLR-1.00% ตลอดสัญญาเงินกู้

ทั้งนี้ในหน้าเวปไซต์ของธนาคารยูโอบี ไม่ได้แสดงมาตรการเกี่ยวกับสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่ออื่นๆ ถ้าหากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะนำมาอัพเดทให้ทราบกันอีกครั้ง

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วม ทั้งสินเชื่อบุคคลไม่มีหลักประกัน และสินเชื่อบุคคลมีหลักประกัน โดยแนวทางช่วยเหลือจะประกอบด้วย

  • การพักชำระหนี้ให้สูงสุด 90 วัน
  • การขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ให้สูงสุด 12 เดือน
  • การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันของลูกค้า เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยลูกค้าสินเชื่อบุคคลมีหลักประกันจะได้ลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.5% และลูกค้าสินเชื่อบุคคลไม่มีหลักประกันจะได้ลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 7%

(อ้างอิงข้อมูลข่าวประชาสัมพันธ์ของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย วันที่ 27 ตุลาคม 2554)

ธนาคารธนชาต

ธนาคารธนชาต ได้จัดมาตรการรองรับให้ความช่วยเหลือลูกค้าของธนาคาร โดยแยกตามประเภทของผลิตภัณฑ์ดังนี้

  • ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถยนต์์ ลูกค้าสามารถพักชำระหนี้ได้สูงสุด 90 วัน (นับวันที่ตามปฏิทิน) และสามารถขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ เพิ่มสูงสุดได้อีก 12 งวด แต่ต้องไม่เกินงวดสูงสุดตามธนาคารกำหนด ดังนี้ สินเชื่อรถใหม่ทั่วไปสูงสุด 96 งวด สินเชื่อรถใช้แล้วสูงสุดไม่เกิน 84 งวด และสินเชื่อรถแลกเงินสูงสุดไม่เกิน 72 งวด ทั้งนี้เป็นไปตามประกาศธนาคารเรื่องหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อรถยนต์ (ปธธ.159/2554)
  • ผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้าน ทางธนาคารมีโครงการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อบ้านผู้ประสบอุทกภัย ดังนี้1) พักชำระหนี้สินเชื่อบ้าน เป็นเวลา 3 เดือน หรือ ลดค่างวดเป็นเวลา 12 เดือน

    2) กรณีลูกค้าที่ผ่อนชำระมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี สามารถขอวงเงินสินเชื่อเคหะทวีสุข เพื่อซ่อมแซมบ้านได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ปีแรก 4.50% หลังจากนั้น MLR-0.50% วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท โดยเมื่อรวมกับภาระหนี้สินเชื่อบ้านแล้วต้องไม่เกิน 100% ของราคาประเมินเดิม ระยะเวลาการกู้สูงสุด 10 ปี

  • ผลิตภัณฑ์บัตร ATM และ บัตร Debit 1. กรณีถอนเงินและโอนเงินข้ามเขต ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมการถอนเงินและการโอนเงินข้ามเขตที่เครื่องเอทีเอ็มของธนาคารธนชาตทุกรายการ

    2. กรณีทำรายการที่เครื่องเอทีเอ็มของธนาคารอื่น ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการถอนเงินสดต่างธนาคาร และการโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารธนชาตที่ผูกภายในบัตรเดียวกัน ผ่านเครื่องเอทีเอ็มต่างธนาคาร แต่ยังคงมีค่าธรรมเนียมทำรายการต่างธนาคารกรณีทำรายการตั้งแต่ครั้งที่ 5 ภายในเดือนเดียวกัน

    3. กรณีบัตร ATM หรือบัตร Debit เสีย/สูญหาย จากเหตุการณ์น้ำท่วม ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมทำบัตรทดแทน และค่าธรรมเนียมรายปีแก่กลุ่มลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม

  • ผลิตภัณฑ์เงินฝาก1. ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมการฝากเช็คเข้าบัญชี / ขึ้นเงินสดเช็คต่างสาขาแบบไม่รอเรียกเก็บ

    2. ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมเช็คคืน กรณีลูกค้าที่สั่งจ่ายเช็คแล้ว แต่ไม่สามารถนำเงินเข้าบัญชีกระแสรายวันของตัวเองได้

  • ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตธนชาตไดร์ฟธนาคารมีนโยบายเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของลูกค้า โดยลูกค้าสามารถยื่นพักหนี้ ลดยอดชำระหนี้ หรือขยายเวลาผ่อนชำระค่างวด จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
  • ผลิตภัณฑ์บัตรสินเชื่อธนชาต FLASHธนาคารมีนโยบายเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของลูกค้า โดยลูกค้าสามารถยื่นพักหนี้ ลดยอดชำระหนี้ หรือขยายเวลาผ่อนชำระค่างวด จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

(ข้อมูลอ้างอิงจากข่าวสารประชาสัมพันธ์ จากลิงค์นี้)

ธนาคารเกียรตินาคิน

ธนาคารเกียรตินาคิน ได้พยายามติดต่อลูกค้าธนาคารที่ประสบภัยและได้ปรับมาตรการให้ความช่วยเหลือดังนี้

  • ลูกค้าเช่าชื้อรถยนต์ และวงเงินพิเศษส่วนบุคคล สามารถเสนอขอพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งจะยกเว้นเบี้ยปรับให้
  • ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ และลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารจะมีการพิจารณาเป็นรายๆ ตามความเหมาะสม และลูกค้าสามารถขอกู้วงเงินพิเศษเพื่อใช้ประกอบการและเป็นเงินทุนหมุนเวียน

(ข้อมูลอ้างอิงจากข่าวสารของธนาคาร จากลิงค์นี้)

ธนาคาร แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย (LH Bank)

มาตราการให้ความช่วยเหลือสำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ของธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย มีดังนี้

  • ให้วงเงินกู้เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่อง ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft หรือ O/D) เท่ากับยอดหนี้ที่ลดลง คิดอัตราดอกเบี้ย MOR-2.0%  ต่อปี
  • ปรับลดค่างวด โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย ในระยะเวลา 6 เดือน
  • เลื่อนชำระค่างวดออกไปได้อีก 2 งวด ซึ่งจะไม่ปรากฎการบันทึกการค้างชำระในเครดิตบูโร เป็นต้น

(ข้อมูลอ้างอิงจากข่าวสารธนาคาร ในลิงค์นี้)

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Bank)

ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัยเบื้องต้น  ดังนี้

  • การพักชำระหนี้ ตั้งแต่ 3-12 เดือน เป็นกรณีพิเศษ
  • นอกจากนี้ธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินฟื้นฟูกิจการ วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ต่อราย   ระยะเวลากู้  ไม่เกิน 5 ปี  ปลอดชำระเงินต้น (Grace Period)  ปีแรก โดยลูกค้าเดิม คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ลูกค้าใหม่ คิดอัตราดอกเบี้ย MLR +0.5 % ต่อปี

(ข้อมูลอ้างอิงจากข่าวของธนาคารในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 ตามลิงค์นี้)

โดยมาตรการช่วยเหลือของธนาคารพาณิชย์ สรุปว่าจะช่วยลดภาระการชำระหนี้ในช่วงระยะเวลาที่กำลังเกิดปัญหา และเพิ่มวงเงินใหม่ได้ให้ลูกค้าธนาคารสามารถมีเงินทุนในการปรับปรุงซ่อมแซม รวมทั้งมีเงินทุนหมุนเวียนใหม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างปกติ

ทั้งนี้ บริษัท จีโนซิส จำกัดขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทั้งที่เป็นธุรกิจและรายบุคคลสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและดำเนินธุรกิจได้อย่างปกติเร็ววัน

รวมมาตรการของธนาคาร ช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุทกภัย (1)

Tuesday, September 10th, 2562

ในภาวะวิกฤตน้ำท่วมตั้งแต่เดือนกันยายน จนถึง พฤศจิกายน 2554  พื้นที่เศรษฐกิจหลายแห่งในภาคกลาง รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดอยุธยา ทั้งธุรกิจข้ามชาติ ธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจขนาด SME  ต่างต้องหยุดการดำเนินธุรกิจ ไม่สามารถผลิตสินค้า ไม่สามารถให้บริการได้ ขาดรายได้ ในขณะที่ยังมีค่าใช้จ่ายคงที่ทีี่ต้องรับภาระอยู่ เช่นค่าจ้าง เงินเดือนพนักงาน สวัสดิการต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงิน ได้แก่ ดอกเบี้ยจ่าย และเงินต้นตามภาระสินเชื่อที่มีอยู่

สถาบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะเจ้าหนี้ หรือผู้ให้บริการธุรกรรมทางการเงินแก่กลุ่มธุรกิจนั้น ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุกภัยครั้งนี้ด้วย แม้ว่าธนาคารหลายสาขาจำเป็นต้องปิดการดำเนินงานชั่วคราว เพราะประสบภัยน้ำท่วมเช่นกัน

ทีมงานบริษัท จีโนซิส จำกัด ได้รวบรวมมาตราการต่างๆ ที่ธนาคารได้ออกมาช่วยเหลือลูกค้าธนาคารที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ดังต่อไปนี้

ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงเทพออก ‘สินเชื่อบัวหลวงเอสเอ็มอีบรรเทาทุกข์จากอุทกภัย’ วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย โดยให้กู้สูงสุดรายละ 20 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ในปีแรก หลังจากนั้นคิดอัตรา MLR ผ่อนชำระตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี พร้อมเปิดให้ผู้ประกอบการยื่นกู้ได้ถึง 30 ธันวาคม 2554

  • สำหรับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ ธนาคารจะให้ความช่วยเหลือโดยการพิจารณาปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระ ลดอัตราดอกเบี้ย หรือปรับโครงสร้างหนี้เดิม ตลอดจนให้สินเชื่อฉุกเฉินเพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง
  • นอกจากนี้ ธนาคารยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล โดยจะพิจารณาผ่อนปรนการผ่อนชำระ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ปรับโครงสร้างหนี้ หรือให้สินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษในปีแรกร้อยละ 5 และเป็นอัตรา MRR ในปีถัดไป โดยสามารถผ่อนชำระสินเชื่อที่กู้เพิ่มได้สูงสุด 5 ปี

(อ้างอิงข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของธนาคารกรุงเทพ วันที่ 10 ตุลาคม 2554 ตามลิงค์นี้ )

ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทยให้ความช่วยเหลือลูกค้าธนาคารทุกกลุ่ม ดังต่อไปนี้

  • ลูกค้ารายย่อยที่มีสินเชื่อบ้าน ธนาคารเสนอให้ปรับลดยอดการผ่อนชำระรายได้ 40% เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือจะชำระเฉพาะดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน และธนาคารจะมอบวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมบ้านได้สูงสุดเท่ากับยอดสินเชื่อบ้านที่ผ่อนชำระมาแล้ว โดยคิดดอกเบี้ย 0% นาน  6 เดือน
  • สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่ประสบภัยจากน้ำท่วม และไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด จะได้รับการผ่อนผันให้ชำระดอกเบี้ย 50% และปรับลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำให้เป็น 0-10%
  • สำหรับผู้ใช้สินเชื่อเงินสดทันใจกสิกรไทยที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับการผ่อนผันให้ชำระดอกเบี้ย 50% และปรับลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำเป็น 0-5%
  • สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กสิกรไทย จะได้รับการปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นระยะเวลานานสูงสุด 1 ปี และขยายระยะเวลาการผ่อนสูงสุด 6 เดือน โดยรวมสัญญาเดิมแล้วไม่เกิน 7 ปี
  • สำหรับลูกค้าธุรกิจธนาคารจะขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้น ให้แก่ลูกค้าที่ใช้วงเงินสินเชื่อกับธนาคาร ฯ เป็นเวลา 6 เดือน และต่อเพิ่มได้อีก 6 เดือนหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สภาพปกติ ส่วนลูกค้าที่ใช้วงเงินสินเชื่อเพื่อการนำเข้า (T/R) หรือวงเงินตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) สามารถต่อตั๋วออกไปได้อีก 6 เดือน โดยไม่ต้องมีเอกสารการสั่งซื้อรองรับการต่ออายุตั๋วสัญญา นอกจากนี้ธนาคารยังพร้อมจะช่วยเหลือลูกค้าหลังภาวะน้ำท่วมด้วยการให้วงเงินกู้เพื่อฟื้นฟูกิจการ ซ่อมแซมสถานประกอบการ เครื่องจักร หรือเงินช่วยเหลือกรณีสินค้าเสียหาย ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี และมีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นนาน 6 เดือน

(อ้างอิงข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของธนาคารกสิกรไทย ตามลิงค์นี้)

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการช่วยเหลือ ได้แก่ การเพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เป็น 20,000 ล้านบาท จากเดิม 10,000 ล้านบาท และออกมาตรการ “หยุดผ่อน ลดดอกเบี้ย เพิ่มวงเงิน” สำหรับลูกค้ารายย่อย และลูกค้าธุรกิจ SME/SSME ที่ได้รับความเสียหายมาก ดังนี้

  • ลูกค้ารายย่อย มีคุณสมบัติเป็นลูกค้าที่มีประวัติการชำระเงินที่ดี ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม หากมีสินเชื่อบ้าน ธนาคารเสนอให้พักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน และลดดอกเบี้ยสูงสุด 50%  เป็นเวลา 3 เดือน วงเงินเพิ่มสูงสุด 120% ของราคาประเมินเดิม ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 เดือน
  • ลูกค้ารายย่อยที่มีหนี้บัตรเครดิต และ Speedy Cash สามารถพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ยสูงสุด 50% เป็นเวลา 3 เดือน
  • ลูกค้ารายย่อยที่มีสินเชื่อรถยนต์ สามารถพักชำระหนี้สูงสุดเป็นเวลา 3 เดือน
  • ลูกค้า SME/SSME คุณสมบัติเป็นกิจการที่ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายโดยตรงจากน้ำท่วม ธนาคารจะพิจารณาเรื่องการพักชำระหนี้และดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน (ต่อได้อีก 6 เดือน ถ้าจำเป็น) ลดดอกเบี้ยสูงสุด 50% เป็นเวลา 3 เดือน เพิ่มวงเงิน O/D เป็น 20%
  • และลูกค้า SME สามารถกู้เงินเพื่อฟื้นฟู  ระยะเวลา3 ปี ดอกเบี้ยปีแรก 5% ปีที่เหลือ MLR -1%

(อ้างอิงข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 ตามลิงค์นี้)

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยเพิ่มมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 6 เดือน ส่วนลูกค้า SME และรายย่อยที่ไม่มีรายได้ ธนาคารคิดดอกเบี้ย 0% พร้อมพักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน รวมทั้งได้ปรับ 7 มาตรการช่วยเหลือเดิม โดยขยายเวลาให้ดอกเบี้ยอัตราต่ำพิเศษเป็น 3 ปี และยืดระยะชำระหนี้เป็น 7 ปี

  • มาตรการเงินกู้กรุงไทยสู้อุทกภัยลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารและได้รับผลกระทบ ให้ดอกเบี้ยพิเศษในอัตรา MLR -1% ต่อปี นาน 3 ปี และสามารผ่อนชำระ 7 ปี และถ้าลูกค้าเหล่านี้ต้องการเงินทุนหมุนเวียน ธนาคารกรุงไทยได้ลดอัตราดอกเบี้ยในปีแรกเหลืออัตรา MOR-2.5% ต่อปี
  • สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบุคคลนั้น ธนาคารพักชำระหนี้วงเงินกู้แบบมีระยะเวลาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 6 เดือน หลังจากนั้น สามารถทยอยผ่อนชำระดอกเบี้ยที่พักแขวน สูงสุดภายใน 24 เดือน
  • ส่วนลูกค้า SME และรายย่อยที่ไม่มีรายได้ สามารถเลือกพักชำระหนี้นาน 3 เดือน โดยธนาคารไม่คิดดอกเบี้ย
  • ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจประเภทเงินทุนหมุนเวียนที่มีเอกสารประกอบ ทั้งที่เป็นเม็ดเงินและภาระผูกพัน ธนาคารจะพิจารณาต่อตั๋วออกไปอีก 6 เดือน โดยไม่ต้องมีเอกสารประกอบ

(อ้างอิงข้อมูลจากข่าวสารกรุงไทย วันที่ 19 ตุลาคม 2554 ตามลิงค์นี้)

ธนาคารทหารไทย

ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) ออกมาตราการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัย ดังต่อไปนี้

  • ลูกค้าบุคคลทีเอ็มบี ที่มีสินเชื่อบ้านทีเอ็มบี สินเชื่อบุคคล TMB Cash 2 Go สินเชื่อบุคคลวงเงินพร้อมใช้ TMB Ready Cash และบัตรเครดิตทีเอ็มบีทุกประเภท ที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถเลื่อนการผ่อนชำระค่างวด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน
  • ลูกค้าของธนาคาร สามารถขอสินเชื่อบุคคลฉุกเฉินได้สูงสุด 1 ล้านบาท
  • สำหรับลูกค้าที่มีสินเชื่อ TMB Cash 2 Go ในปัจจุบัน และต้องการขอสินเชื่อเพิ่ม ทีเอ็มบี จะอนุมัติสินเชื่อเท่ากับยอดเงินต้นที่ลูกค้าได้ชำระไปแล้ว บวกวงเงินพิเศษเพิ่มอีก 10 % ของวงเงินสินเชื่อเดิม โดยวงเงินรวมสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ จำนวนเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท สูงสุด 1ล้านบาท
  • สำหรับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ ธนาคารจะพิจารณาเป็นรายๆ ไปตามความเหมาะสม โดยมีมาตรการที่จะสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปซ่อมแซมอาคาร โรงงาน และเครื่องจักร ทั้งนี้ สินเชื่อดังกล่าว จะเป็นสินเชื่อระยะยาวตามความเหมาะสมซึ่งส่วนใหญ่มีระยะเวลาประมาณ 5 ปี และมีระยะเวลาปลอดการชำระเงินต้นไม่น้อยกว่า 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับความเสียหายและระยะเวลาที่ต้องใช้ในการฟื้นฟู นอกจากนี้ ธนาคารจะขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระคืนเงินทุนหมุนเวียนอีกสูงสุดเป็นเวลา 6 เดือน
  • สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอี สามารถผ่อนผันด้านการพักชำระเงินต้น และยืดอายุหนี้ออกไปเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน และธนาคารจะพิจารณาให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ลูกค้าที่มีความจำเป็น เพื่อใช้ในการปรับสภาพสถานประกอบการ หรือ ใช้เป็นวงเงินหมุนเวียนในธุรกิจเพิ่มเติม โดยวงเงินกู้ใหม่นี้ จะมีระยะเวลาผ่อนชำระคืนประมาณ 7 ปี และ ระยะเวลาปลอดการชำระคืนเงินต้นสูงถึง 6 เดือน ทั้งนี้ ลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่ขอวงเงินกู้เพิ่มไม่เกิน 20% ของวงเงินเดิมไม่ต้องนำหลักทรัพย์มาค้ำประกันเพิ่ม

(อ้างอิงข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ธนาคารทหารไทย วันที่ 17 ตุลาคม และ วันที่ 21 ตุลาคม 54)

ทีมงานบริษัท จีโนซิส จำกัด ขอเป็นแรงใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากด้วยกำลังใจเต็มร้อย หากมีส่วนงานใดที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูเยียวยาให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ หรือต้องการคำปรึกษาการนำเสนอขอสินเชื่อธนาคาร บริษัท จีโนซิส จำกัดยินดีให้คำปรึกษาและคำแนะนำเป็นพิเศษครับ