ข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจแฟรนไชส์

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2019

แฟรนไชส์ ได้เปรียบอย่างไร

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เริ่มหลักสูตร “บ่มเพาะนักบริหารในธุรกิจแฟรนไชส์ รุ่นที่ 14” เพื่อพัฒนานักบริหารในธุรกิจแฟรนไชส์ ให้มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนาองค์กรของตนเองให้มีมาตรฐานมากขึ้น และได้เชิญ คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทจีโนซิส จำกัด เป็นวิทยากรในเรื่อง “ความรู้พื้นฐานด้านแฟรนไชส์” เนื่องจากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์ (ด้านแฟรนไชส์) และการบริหารการเงิน รวมทั้งเป็นผู้ตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 60 คนเป็นผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับคัดเลือกแล้วว่ามีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในระบบแฟรนไชส์

แฟรนไชส์ คืออะไร

คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ ได้บรรยาย “ข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจแฟรนไชส์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน “ความรู้พื้นฐานด้านแฟรนไชส์” โดยสรุปว่า ธุรกิจที่ใช้ระบบแฟรนไชส์ในการขยายธุรกิจนั้น มีข้อได้เปรียบดังนี้

  1. จะลดต้นทุนในการขยายสาขาของตนเอง เพราะผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์ หรือ แฟรนไชส์ซี เป็นผู้ลงทุนเอง
  2. แฟรนไชส์ซอร์ ไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานใหม่เมื่อขยายสาขาเอง การบริหารจัดการง่ายขึ้น แต่จำเป็นต้องสร้างทีมงานสนับสนุนการจัดการกับแฟรนไชส์ซี
  3. ขยายไปสู่ตลาดได้กว้างขึ้น ลดระยะเวลาในการวิจัยตลาดในพื้นที่ใหม่ ๆ และเข้าถึงพื้นที่ด้วยคนในพื้นที่จริง ๆ ซึ่งจะเข้าใจความต้องการในตลาดท้องที่ การปรับกลยุทธ์การตลาดท้องถิ่น (Local Store marketing) ช่วยกับการตลาดจากส่วนกลาง (Corporate Marketing)
  4. ลดค่าใช้จ่ายในการตลาดบางส่วน เช่นเมื่อขยายได้มากกว่า 20 สาขา ตัวสาขาจะโฆษณาตราสินค้าหรือแบรนด์ไปในตัว
  5. มีรายได้ส่วนเพิ่มจากระบบธุรกิจแฟรนไชส์ เช่น รายได้ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ รายได้ค่ารอยัลตี้ กำไรจากการขายสินค้า เป็นต้น
  6. ได้รับข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ผ่านทางแฟรนไชส์ซี เพื่อพัฒนาการบริหาร สินค้า หรืองานบริการให้ลูกค้าและแฟรนไชส์ซีพึงพอใจ
อย่างไรก็ดี การคัดเลือกแฟรนไชสซี เป็นปัจจัยผันแปรกับข้อได้เปรียบข้างต้น หากคัดเลือกแฟรนไชส์ซีที่ไม่ทำตามระบบงานของแฟรนไชส์ ไม่ชำระค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ไม่ซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบจากแฟรนไชส์ซอร์ มีวิธีการทำงานในรูปแบบของตนเอง ทำให้แฟรนไชส์ซอร์ไม่สามารถควบคุมมาตรฐาน หรือคุณภาพของสินค้าและบริการได้ 

สอบถามงานบริการให้คำปรึกษาการสร้างระบบแฟรนไชส์ได้ที่ โทร. 0899361775

Our Services

และโปรดติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ได้อีกช่องทางที่ Facebook.com/Gnosisadvisory

อ่านงบการเงิน ไม่ยากอย่างที่คิด

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2019

อ่านงบการเงิน เพื่อเข้าใจและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของกิจการที่ผ่านมา เช่นมีรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร จากการทุ่มเททำธุรกิจในระยะเวลาหนึ่ง และ งบการเงิน บอกสถานะทางการเงิน ณ เวลานั้นว่า มีสินทรัพย์ มีหนี้สิน และมีมูลค่าธุรกิจทางบัญชีเป็นอย่างไร

การทำงบการเงินให้ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบหาแหล่งที่มาของตัวเลข จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ ในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา หรือกำหนดวิธีการต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายธุรกิจที่ต้องการ

ดังนั้น งบการเงิน นอกจากจะสะท้อนผลประกอบการของธุรกิจแล้ว ยังสะท้อนแนวคิดและวิธีการจัดการของผู้บริหารธุรกิจว่า การวางแผนและการลงมือปฏิบัติได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร

คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ์ และการเงินธุรกิจ กับบริษัทหลากหลายประเภทอุตสาหกรรม ใช้การวิเคราะห์และการอ่าน งบการเงิน เป็นเครื่องมือสำคัญในการให้ปรึกษากับผู้ประกอบการ ตั้งแต่วิเคราะห์ผลประกอบการที่ผ่านมา และการทำงบประมาณทางการเงิน เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า จากสมมติฐานการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

ในโครงการของ StrongSME ของ สสว. ได้ให้เกียรติเชิญ คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ เป็นหนึ่งในวิทยากร แบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ มาสอนกลยุทธ์การทำดำเนินธุรกิจให้เข้มแข็ง โดย คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ ได้ถ่ายวิดีโอดังต่อไปนี้

  1. เข้าใจตัวเลขสำคัญทางการเงินอย่างครบถ้วน

2. ความสัมพันธ์ระหว่างงบแสดงฐานะทางการเงิน งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด

https://www.youtube.com/watch?v=ooW5rNYcyl4https://www.youtube.com/watch?v=H-oHY1pmV88

3. เครื่องมือวิเคราะห์งบการเงิน วิธีอัตราร้อยละของยอดรวม และวิธีแนวโน้ม

4. เครื่องมือวิเคราะห์งบการเงิน วิธีอัตราส่วนทางการเงิน และสรุป

https://www.youtube.com/watch?v=A1xMQIsOqSIhttps://www.youtube.com/watch?v=fHjod2MFmI4

บริษัท จีโนซิส จำกัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วิดีโอข้างต้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจความสำคัญของงบการเงิน และสามารถวิเคราะห์งบการเงินได้เบื้องต้น และหากมีข้อสงสัย หรือข้อแนะนำประการใด กรุณาติดต่อเราได้ที่ contact@gnosisadvisory.com หรือ LINE ID: @GNOSIS 

วิเคราะห์ร้านอาหารก่อนขยายสาขา

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2019

วิเคราะห์ร้านอาหาร (ก่อนขยายสาขา) คือหนึ่งในหัวข้อสำคัญของหลักสูตรกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างมืออาชีพ จัดโดยสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร (Food Franchise Institute) และสถาบันพีเพิ่ลเทรนนิ่ง ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2558 สถาบันฯได้เชิญ คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์ การเงินธุรกิจ และแฟรนไชส์ เป็นวิทยากรเรื่อง วิเคราะห์ร้านอาหาร (ก่อนขยายสาขา)

คุณเศรษฐพงศ์​ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรเรื่อง วิเคราะห์ร้านอาหาร (ก่อนขยายสาขา) ตั้งแต่รุ่นที่ 1 (ปี 2557) และรุ่นที่2 (ครึ่งปีแรกปี 2558) โดยหลักสูตรกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างมืออาชีพ หรือ The Secrets to Successful Restaurant Chain (SSRC) มีผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้อบรมที่ต้องการจะดำเนินธุรกิจร้านอาหาร รุ่นละประมาณ 25 กิจการ เรียนทุกๆ วันเสาร์ รวม 8 วัน วิทยากรที่ได้รับเชิญมาสอนคือ มืออาชีพด้านการบริหารธุรกิจร้านอาหารระดับสากล จุดเด่นของหลักสูตรนี้คือเนื้อหาหลักสูตรที่เน้นกรณีศึกษาจริง ให้ผู้เข้าอบรมลงมือทำผ่าน Workshop ในห้องและมีคู่มือการวิเคราะห์เป็น Worksheet กลับไปทบทวนกับธุรกิจของตัวเองส่งเป็นการบ้านให้วิทยากรตรวจและให้คำแนะนำปรึกษาอย่างใกล้ชิด วิทยากรประจำหลักสูตรจะไปเยี่ยมธุรกิจของผู้เข้าอบรมเพื่อศึกษาและให้ความคิดเห็นในการปรับธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงเป็นระบบ

สำหรับหัวข้อ วิเคราะห์ร้านอาหาร (ก่อนขยายสาขา) มีหัวข้อและประเด็นพูดคุยดังนี้

  • รูปแบบธุรกิจ (Business Concept) ของร้านต้นแบบ (Prototype)
  • ประเมินผลการดำเนินงานของร้านต้นแบบ (Business Performance Analysis) ได้แก่วิเคราะห์รายได้ ต้นทุนอาหาร (Food Cost) ค่าจ้างแรงงาน (Labor Cost) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เงินทุนหมุนเวียน วิเคราะห์สภาพคล่อง อัตราการหมุนเวียนของสต็อกสินค้า อัตราหนี้สินต่อทุน การวิเคราะห์เมนูอาหาร กำหนดต้นทุนมาตรฐาน (Ideal Cost) เทียบกับ ต้นทุนจริง (Actual Cost) และดัชนีชี้วัดด้านการตลาดต่างๆ
  • วิเคราะห์ตลาด และทำเลที่ตั้ง เงื่อนไขและประเด็นสำคัญในการพิจาณาเรื่องทำเล และการทำสัญญาการเช่า
  • วิเคราะห์เงินลงทุนในการสร้างร้านสาขา เช่นเปรียบเทียบรายได้ประมาณการกับเงินลงทุน (Sales to Investment) การประมาณงบกำไรขาดทุน วิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break Even Point) อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment) เป็นต้น
  • วิเคราะห์งบลงทุนเพื่อตัดสินใจว่าจะลงทุนขยายสาขาหรือไม่ วัดโดยมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value) วัดอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return) และวัดระยะเวลาการคืนทุน (Pay Back Period)

คุณเศรษฐพงศ์ ให้คำแนะนำการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ผ่านแบบจำลองทางการเงินวิเคราะห์ร้านอาหาร ได้แก่จุดคุ้มทุน ROI ระยะเวลาคืนทุน ฯลฯ

คุณเศรษฐพงศ์ ออกแบบและสอนการใช้แบบจำลองทางการเงิน สำหรับการ วิเคราะห์ร้านอาหาร ให้กับผู้อบรมทุกๆ คนสามารถนำไปปรับใช้กับร้านอาหารของตนเองได้ รูปแบบการเรียนในห้องจึงผสมผสานระหว่างทฤษฎี กรณีศึกษาจริงจากผู้สอน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อบรม และมีเครื่องมือทางการเงิน วิเคราะห์ร้านอาหาร ก่อนขยายสาขา

หัวข้อสำคัญในการจัดทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการร้านอาหารได้แก่

  • รูปแบบของธุรกิจ (Business Model) และประวัติความเป็นมา (Business Profile) (ที่มาของธุรกิจ แนวคิด ฯลฯ)
  • ประเภทของร้านอาหาร และประเภทอาหารและบริการ นำเสนอรูปภาพประกอบ (Shop Design, Menu ) ได้แก่ร้านต้นแบบ (Prototype)
  • วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค
  • วิเคราะห์คู่แข่งขัน และตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) เปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน
  • ความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) และกุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจนี้ (Key Success Factors)
  • กลยุทธ์ด้านการตลาด ได้แก่ Branding กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รายการอาหาร (เช่น Signature Dish) ราคาเฉลี่ยต่อจาน ทำเลที่ต้องการ กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า ทั้งทาง online และoffline เป็นต้น
  • กลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการ รวมถึงการบริหารงานบุคคล (การคัดเลือกทีมงาน คุณสมบัติของพนักงานที่ต้องการ การฝึกอบรม วิธีการสรรหา การให้ผลตอบแทน เป็นต้น)
  • แผนการเงิน และแผนการลงทุน ได้แก่งบการลงทุนต่อหนึ่งสาขาที่เป็นร้านต้นแบบ  งบกำไรขาดทุนประมาณการ และการวิเคราะห์ทางการเงิน เช่นระยะเวลาคืนทุน จุดคุ้มทุนขาย (บาท) เป็นต้น
  • แผนป้องกันความเสี่ยง และแผนฉุกเฉิน เช่นทำอย่างไรเมื่อรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เมื่อต้นทุนสินค้ามีการเปลี่ยนแปลง การบริหารงานบุคคล เป็นคน

เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์ (วิดีโอ)

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2019

เทคนิคการตรวจสอบ และเตรียมตัวก่อนซื้อแฟรนไชส์

เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุน ลดความเสี่ยงในการลงทุน และได้รับผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจตามความคาดหวัง ถึงแม้ว่าการลงทุนซื้อธุรกิจในระบบแฟรนไชส์นั้น เป็นธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์ จากการดำเนินงานมาหลากหลาย ลองผิด ลองถูก จนได้เป็น ธุรกิจต้นแบบ ที่เจ้าของแฟรนไชส์นั้น มั่นใจว่า แฟรนไชส์ซีจะสามารถทำตามแล้วจะได้กำไรเหมือนกัน

อย่างไรก็ดี มีอัตราความล้มเหลวของแฟรนไชส์ซี เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เมื่อแฟรนไชส์ซีเลือกซื้อธุรกิจ แฟรนไชส์ ที่ผิดพลาด เช่นไม่ตรงกับความถนัด หรือความชอบ ไม่เหมาะสมกับทำเลที่ตั้งที่มีอยู่ ไม่รู้จักแบรนด์แฟรนไชส์นั้นว่ามีลูกค้ากลุ่มใด ลงทุนมากเกินไป เป็นต้น

รายการ SME Clinic โดยธนาคาร กรุงเทพ ได้สัมภาษณ์ คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ในหัวข้อ เทคนิคการตรวจสอบ และเตรียมตัวก่อนซื้อแฟรนไชส์ เป็นส่วนหนึ่งของตอน “ก้าวสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ จะเริ่มต้นอย่างไร”

ประเด็นพูดคุย ได้แก่

  • เทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในปัจจุบัน (ปี 2560)
  • เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์  ได้แก่ ระดับความเป็นผู้ประกอบการของแฟรนไชส์ซี การเลือกประเภทธุรกิจ ความชอบความถนัด ทำเลที่ตั้ง ระดับเงินทุน อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ การสอบถามแฟรนไชส์ซีรายอื่นๆ การวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของแฟรนไชส์ซอร์ วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำของเจ้าของแฟรนไชส์ ความสามารถในการทำตลาดของแฟรนไชส์ในอดีตและแผนในอนาคต เป็นต้น

อีกประเด็นสำคัญคือ ความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี ตลอดระยะเวลาสัญญาแฟรนไชส์ มีการวางแผน และการดำเนินงานอย่างไร เพราะงานของแฟรนไชส์ซอร์คือสร้างธุรกิจให้เติบโต และพัฒนาตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แฟรนไชส์ซีสามารถทำกำไร และสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นได้ และแฟรนไชส์ซีจะยินดีชำระค่ารอยัลตี้ ให้กับแฟรนไชส์ซอร์ในการสร้างระบบแฟรนไชส์ให้เข้มแข็ง

ถ้าคุณผู้อ่าน ต้องการจะเลือกซื้อแฟรนไชส์อะไร และต้องการคำแนะนำ สามารถติดต่อมาได้ที่ email: contact@gnosisadvisory.com หรือเขียนข้อความมาที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/

หรือการเตรียมพร้อมธุรกิจ ก่อนสร้างระบบแฟรนไชส์ อ่านบทความนี้ คำถามที่ต้องตอบก่อนขยายแฟรนไชส์

แฟรนไชส์ซี จัดการเงินให้อยู่รอด และเติบโตอย่างไร (วิดีโอ)

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2019

แฟรนไชส์ซี จัดการเงินอย่างไร

ปัญหาหนักอกของแฟรนไชส์ซีคือ เมื่อลงทุนซื้อแฟรนไชส์มาแล้ว แฟรนไชส์ซี จัดการเงิน และ ดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ทั้งๆ ที่รูปแบบการดำเนินงานจะทำตามเจ้าของแฟรนไชส์แล้วก็ตาม ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านขาดสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจจะเกิดจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ผันแปร หรือปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งถึงแม้ แฟรนไชส์ซอร์จะมีแผนป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ แฟรนไชส์ซีจะต้องปฏิบัติตาม และประเมินผลประกระทบแจ้งให้กับ แฟรนไชส์ซอร์ รับทราบ

ทั้งนี้ รายการ SME Clinic โดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้เชิญ คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ที่ปรึกษาด้านการกลยุทธ์ การเงินธุรกิจ และระบบแฟรนไชส์ มาแบ่งปันความรู้ด้าน จัดการเงินให้อยู่รอด และเติบอย่างไร (ดูวิดีโอคลิปข้างล่าง)

ประเด็นพูดคุยในเทปที่ 1 ได้แก่

  • ปัญหาด้านการจัดการทางการเงินของ แฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี มีความเหมือนและความแตกต่างอย่างไร
  • การหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุน แฟรนไชส์
  • คุณลักษณะแฟรนไชส์ที่ได้รับมาตรฐานแฟรนไชส์ จะช่วยให้ขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น จริงหรือไม่

ประเด็นพูดคุยในเทปที่ 2 ได้แก่

  • เข้าใจโครงสร้างการลงทุน โครงสร้างการเงินของรูปแบบแฟรนไชส์ วิเคราะห์ผลตอบแทน วิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์  ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ ค่าการตลาด เป็นต้น
  • การประเมินเงินทุนหมุนเวียน เพื่อบริหารสภาพคล่อง ตามรูปแบบแฟรนไชส์ (Prototype)
  • การบริหารการเงินของแฟรนไชส์ซี ได้แก่การวางแผน การประมาณการล่วงหน้า กระแสเงินสด การใช้ POS  และระบบบัญชีการเงิน หรือ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)
แฟรนไชส์ซี จัดการเงิน

คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการของ ธนาคารกรุงเทพ เรื่อง การจัดการเงินของแฟรนไชส์ซี ต้องบริหารอย่างไรให้อยู่รอด

 

คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ แนะนำว่าการบริหารการจัดการเงิน และการดำเนินธุรกิจของ แฟรนไชส์ซี นั้นควรเริ่มต้นทำตามรูปแบบการดำเนินงานที่แฟรนไชส์ซอร์จัดทำโครงสร้างการเงินการลงทุนมาให้ และเมื่อดำเนินงานแล้ว ควรเก็บบันทึกข้อมูลจริง เปรียบเทียบกับข้อมูลประมาณการหรือข้อมูลต้นแบบของแฟรนไชส์ซอร์ ว่ามีความเหมือนและความต่างอย่างไร

วิเคราะห์ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ บริหารกระแสเงินสด โดยจะต้องทำงบประมาณเงินสดล่วงหน้า และสำรองเงินสดขั้นต่ำ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

แฟรนไชส์ซี จะสามารถดำเนินธุรกิจให้อยู่รอด และเติบโตได้

หากมีคำถาม หรือข้อสงสัยประการใด กรุณาติดต่อได้ที่ contact@gnosisadvisory.com 
หรือเข้ามา Inbox ที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/

ดูงานบริการให้คำปรึกษาของจีโนซิส ได้ที่ https://www.gnosisadvisory.com/services/

5 ข้อแฟรนไชส์ซอร์ต้องมี แฟรนไชส์ซีควรได้

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2019

5 ข้อแฟรนไชส์ต้องมี

ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นแล้วว่าเป็นทางลัดในการสร้างธุรกิจได้เร็วกว่าการเริ่มต้นสร้างธุรกิจด้วยตนเอง ขณะที่การทำธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงและปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจการทำธุรกิจแฟรนไชส์อย่างแท้จริง กล่าวคือ “แฟรนไชส์ซอร์” (หรือเจ้าของธุรกิจที่จะขยายกิจการแบบแฟรนไชส์นั้น) จะเน้นขายเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าแรกเข้า และเก็บค่ารอยัลตี้ ค่าการตลาด โดยไม่ได้สนับสนุนให้เกิดธุรกิจนั้นอย่างจริงจัง นักลงทุนที่ซื้อแฟรนไชส์ (หรือเรียกว่า “แฟรนไชส์ซี”) จะตกหลุมกับคำหวานว่าจะได้เงินคืนทุน และได้ผลกำไรแบบลมๆ ไม่ได้ธุรกิจที่ต้องการ ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากแฟรนไชส์ซอร์ เป็นต้น

ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ใดก็ตาม หรือแม้กระทั่งธุรกิจใดที่ต้องการจะขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ควรคำนึงถึง 5 ปัจจัยที่ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องมี ดังนี้

โครงสร้าง แฟรนไชส์

1. แผนธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ

สิ่งที่แฟรนไชส์ซีปรารถนาในการลงทุนซื้อแฟรนไชส์คือ “รูปแบบธุรกิจ” หรือ Business Model ที่ดำเนินธุรกิจมาระยะเวลาหนึ่งแล้วว่าประสบความสำเร็จทั้งด้านการเงินและชื่อเสียง มีแบรนด์สินค้าเป็นที่ยอมรับ มีสินค้าและบริการเป็นที่นิยม เป็นต้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ธุรกิจควรมีรูปแบบพร้อมให้นักลงทุนหรือแฟรนไชส์ซีดำเนินการได้ตามแนวทางของแฟรนไชส์ซอร์ (ธุรกิจต้นแบบ) ไม่ต้องไปคิดกลยุทธ์หรือแผนงานเริ่มต้นด้วยตนเองอีก

2. คอร์สอบรม และคู่มือปฎิบัติงาน

แฟรนไชส์ซอร์ต้องเตรียมหลักสูตรการอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และกระบวนการปฎิบัติงานต่างๆ ให้แฟรนไชส์ซีฝึกพัฒนาจนสามารถดำเนินธุรกิจได้เหมือนกับแฟรนไชส์ซอร์ ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจลงทุน แฟรนไชส์ซีควรสอบถามระยะเวลาการอบรม ตรวจดูหลักสูตรต่างๆ และเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับระยะเวลาการฝึกอบรม และควรสอบถามว่ามีแผนการอบรมเพิ่มเติม และแผนการดูแลสนับสนุนการดำเนินงานจากแฟรนไชส์ซอร์อย่างไรบ้าง

3. ระบบการตลาด

แฟรนไชส์ซอร์ต้องสามารถแสดงแผนการตลาดที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโต และช่วยให้แฟรนไชส์ซีมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะค่าการตลาดที่แฟรนไชส์ซอร์เรียกเก็บจากแฟรนไชส์ซีนั้นจะถูกใช้ไปกับกลยุทธ์การตลาดต่างๆ อย่างเป็นระบบแบบแผน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จ และนำเสนอแผนการตลาดใหม่ๆ ในอนาคต

4. ระบบเทคโนโลยี

แฟรนไชส์ซอร์ต้องพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือระบบไอทีของตนเองอย่างต่อเนื่องให้มีความรวดเร็ว ปลอดภัยและแม่นยำ ซึ่งสามารถใช้ติดต่อประสานงานกับแฟรนไชส์ซี และใช้ตรวจสอบผลการทำงานเพื่อดูแลสนับสนุน เช่นข้อมูลด้านยอดขาย ข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า ข้อมูลการตลาดเป็นต้น ทั้งนี้ระบบดังกล่าวควรใช้ตรวจสอบข้อมูลภายในของแฟรนไชส์ซอร์เองได้ด้วย

5. เครือข่ายแฟรนไชส์ซี

เป็นข้อพิสูจน์ความแข็งแรงของระบบแฟรนไชส์ของธุรกิจนั้นเลย นักลงทุนรายใหม่ควรมีโอกาสสอบถามความเห็นของแฟรนไชส์ซีปัจจุบันว่าได้รับการดูแลสนับสนุนหรือมีปัญหาใดๆ ในการดำเนินธุรกิจอย่างไร ซึ่งการรวมตัวของแฟรนไชส์ซีหรือเครือข่ายนี้จะพัฒนาอย่างดีเมื่อได้รับความเอาใจใส่ของแฟรนไชส์ซอร์โดยตลอด อย่างไรก็ตามสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ใหม่ๆ อาจยังไม่มีแฟรนไชส์ซีเป็นจำนวนมาก นักลงทุนควรสอบถามแฟรนไชส์ซอร์เกี่ยวกับนโยบายการสนับสนุนเครือข่ายแฟรนไชส์ซีในอนาคตอย่างไร

ทั้ง 5 ข้อข้างต้นแฟรนไชส์ซอร์ต้องมีพร้อม และแฟรนไชส์ซีควรใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน

การตลาด และการประชาสัมพันธ์ แฟรนไชส์

บทความโดย เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์, CFE กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด

การสร้างระบบแฟรนไชส์มาตรฐาน จะต้องเริ่มต้นจากการวางแผนกลยุทธ์ให้ชัดเจน และมีคู่มือปฏิบัติงาน มีสัญญาแฟรนไชส์ที่รัดกุม และระบบการสนับสนุนแฟรนไชส์ซี รักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน 
สนใจการสร้างระบบแฟรนไชส์ ติดต่อ บริษัท จีโนซิส จำกัด โทร. 0899361775

หรือ https://www.gnosisadvisory.com/services/

ติดตามข่าวสารงานสัมมนาได้อีกช่องทางที่ Facebook.com/gnosisadvisory

กระบวนการควบคุม ต้นทุนอาหาร ป้องกันการรั่วไหลในร้านอาหาร

วันจันทร์, มีนาคม 19th, 2018

สัมมนา อุดรอยรั่ว เพิ่มกำไรให้ร้านอาหาร

ถ้าร้านอาหารสามารถประมาณการยอดขายได้
ว่าจะมีจำนวนลูกค้าเข้าร้านในแต่ละวัน
ก็จะสามารถสั่งซื้อวัตถุดิบได้ตรงกับความต้องการได้
ไม่ให้สั่งซื้อเกิน ไม่เกิต้นทุนอาหาร ต่อจาน และจำนวนการขายต่อวัน

ดความสูญเสีย
เพราะวัตถุดิบอาหารไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน

ทุกขั้นตอนของการนำวัตถุดิบออกมาประกอบอาหาร
ควรจะมีการตรวจนับอย่างสม่ำเสมอ
มีเอกสารในการส่งมอบ
จากห้องเก็บของ ไปที่ครัว
ทุกกะการทำงาน ควรจะนับสต็อกสินค้าทุกๆ ครั้ง

อาหารแต่ละจาน ควรตั้งสูตรอาหารมาตรฐาน
เพื่อใช้ในการตรวจนับว่า ทำอาหาร 1 จาน
จะต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง
ตัดสต็อกสินค้าได้

ดังนั้น ถ้าสามารถคำนวณสูตรอาหารได้
ก็จะสามารถคำนวณต้นทุนอาหารต่อจานได้
ซึ่งมีประโยชน์ในการกำหนดราคาอาหารต่อจาน
และวิเคราะห์เมนูอาหารให้น่าสนใจ และคุ้มค่า

จะช่วยป้องกันการรั่วไหลของเงิน
และบริหารส่วนสูญเสียของวัตถุดิบได้

กระบวนการทำงานหน้าร้าน (เด็กเสริฟ์, พนักงานต้อนรับ)
กระบวนการทำงานในห้องครัว (พ่อครัว)
และ กระบวนการเก็บเงิน (แคชเชียร์)
จะมีเอกสารที่มาตรวจเช็ค
ความถูกต้องได้

ปัจจุบันมีระบบ POS และ Inventory management
ช่วยบริหารจัดการให้ร้านทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามการติดตามผล
และนำข้อมูลมาวิเคราะห์จะช่วยให้ร้านอาหาร
เพิ่มกำไรจากการบริหารต้นทุนและของเสียได้

หลักสูตร “อุดรอยรั่ว เพิ่มกำไรให้ร้านอาหาร ทำบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย”
.
วิทยากร: คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการร้านอาหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด
.
ระยะเวลาในการอบรม : 2 วัน ในวันจันทร์ที่ 27 และอังคารที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00-16.00 น.
.
สถานที่: ณ Convention Hall บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ถนนชัยพฤกษ์ (บรมราชชนนี) เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
.
ระยะเวลาในการสมัคร: วันนี้ – 25 พฤศจิกายน 2560
.
ค่าใช้จ่ายการอบรม: พิเศษ! 9,000 บาท
.
…………………………………………………..
รับสมัครจำนวนจำกัด
.
สมัครหรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://goo.gl/eTAfkC
.

#FoodCost Control Process

สัมมนา อุด รอย รั่ว เพิ่มกำไรให้ร้านอาหาร

ติดตามหลักสูตรและบทความ ของ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ ได้ที่ Facebook.com/Gnosisadvisory

หรือดูใน Youtube ที่ Channel นี้ https://www.youtube.com/channel/UClcbhUm–9Mn_EhMzzJgLcA