คำถามที่ต้องตอบ ก่อนขยายแฟรนไชส์

วันจันทร์, มกราคม 6th, 2563

คำถาม: มีธุรกิจแล้ว อยากจะขยายแฟรนไชส์ จะต้องเริ่มต้นอย่างไร

การเริ่มต้นทำธุรกิจในระบบแฟรนไชส์นั้น
ต้องพิจารณาว่า ธุรกิจที่ทำอยู่พร้อมจะขยายแฟรนไชส์แล้วรึยัง เพราะความรับผิดชอบของการขยายสาขาแฟรนไชส์ไม่เหมือนกับการขยายสาขาด้วยตนเอง ความคาดหวังของแฟรนไชส์ซี หรือผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์มีมาก และแฟรนไชส์ซอร์หรือผู้ขายสิทธิแฟรนไชส์จะต้องสามารถควบคุมมาตรฐานสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐานเดียวกัน เพราะกลุ่มลูกค้ามีความคาดหวังว่าจะได้รับสินค้าและบริการเหมือนๆ กับที่เขาพึงพอใจมาตลอด

เพื่อพิจารณาว่ามีความพร้อมหรือไม่ ผู้ประกอบการจะต้องตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

1. ดำเนินธุรกิจมานานกี่ปี มีฐานลูกค้ามากพอที่จะขยายสาขาแล้วรึยัง กรณีนี้เพื่อตอบโจทย์ว่าการขยายสาขาจะไม่กระทบกับฐานลูกค้าเก่า ไม่ใช่ขยายสาขาไปแล้วลูกค้ามีไม่มากพอ หรือลูกค้ากระจายไปสาขาอื่นๆ รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่คิด  ดังนั้นธุรกิจที่ดำเนินมาระยะนึงจะคาดเดาได้ว่าร้านต้นแบบสามารถรองรับลูกค้าโดยเฉลี่ยเท่าไร โอกาสในการขยายสาขาย่อมต้องอาศัยชื่อเสียงมาระยะนึง โอกาสความสำเร็จในร้านสาขาแฟรนไชส์ก็จะมีมากขึ้นด้วย

2. เราเป็นเจ้าของแบรนด์ธุรกิจรึยัง ได้แก่ มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ความเป็นเจ้าของสิทธิจะทำให้เรามีอำนาจต่อรอง และป้องกันการทำซ้ำหรือสินค้าลอกเลียนแบบได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากแบรนด์สินค้าเป็นที่นิยม จะมีมูลค่าในตัวเอง เป็นส่วนนึงในการคำนวนค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ดังนั้นค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ไม่ใช่ค่ากินเปล่านะ มีที่มาและต้องมีมูลค่าจริงๆ 

3. ธุรกิจที่จะขายแฟรนไชส์ได้จะต้องพิสูจน์ในตัวเองว่า สร้างผลกำไรแล้ว มีผลตอบแทนที่แสดงได้ จึงจะขายแฟรนไชส์ให้กับคนอื่นได้ ดังนั้น ควรมีการทำงบกำไรขาดทุน งบลงทุนสำหรับร้านต้นแบบ

4. ธุรกิจของเราสามารถถ่ายทอดความรู้การทำธุรกิจให้คนอื่นได้ง่ายหรือไม่ สามารถสอนงานให้คนอื่นอย่างไร มีการบันทึกขั้นตอนการทำงาน จัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติงาน เพื่อใช้ตรวจสอบมาตรฐานการทำงาน และมีการฝึกอบรมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มยอดขาย และลดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

5. แม้ว่าจะสอนงานให้คนอื่นได้แล้ว ธุรกิจก็ต้องมีสูตรลับ หรือความลับทางการค้า ที่เราต้องควบคุมได้ ไม่ให้คนซื้อแฟรนไชส์ไป จะทำเองได้หมด แล้วจะไม่สนใจเรา กรณีนี้ต้องหาวิธีว่าธุรกิจของเราสามารถล็อกว่าแฟรนไชส์ซียังต้องพึงพาเราอย่างไร การขายวัตถุดิบให้อาจเป็นนึงทางเลือก แต่ต้องไม่ให้ราคาวัตถุดิบสูงกว่าราคาตลาด 

6. ความสามารถในการบริหารร้านสาขา จะต้องมีทีมงานรองรับครับ คอยตอบคำถาม ดูแล และสนับสนุนร้านแฟรนไชส์ เรามีแผนสร้างทีมงานนี้อย่างไร 

ข้างต้นเป็นเพียงคำถามเบื้องต้นที่ธุรกิจนึงจะต้องเตรียมทำก่อนที่จะขายแฟรนไชส์ครับ

เมื่อตอบข้างต้นได้แล้ว จะต้องมาสร้างแผนกลยุทธ์ สร้างระบบการทำงาน และพัฒนาคู่มือปฏิบัติการให้มีมาตรฐานเพื่อใช้ในการควบคุมแฟรนไชส์ และพัฒนาให้เติบโตครับ
และการเลือกแฟรนไชส์ซี จะสำคัญมากเมื่อจะต้องขายแฟรนไชส์แล้ว

บทความโดย เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์, CFE บริษัท จีโนซิส จำกัด

ถ้าต้องการรับคำปรึกษา หรือติดตาม หลักสูตรของ จีโนซิส สามารถติดต่อเข้ามาได้เสมอนะครับ หรือหากมีคำถามอื่นเพิ่มเติม ติดต่อได้เสมอครับ โทร. 089 936 1775 หรือ LINE ID : gnosisadvisory

กลยุทธ์การเลือกงานแฟรนไชส์ต่างประเทศ ไตรมาสแรกปี 2020

วันจันทร์, มกราคม 6th, 2563
โอกาสการเติบโตของแฟรนไชส์ไทย กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ และความท้าทายคือการแข่งขันที่สูงขึ้นมีหลายแฟรนไชส์เกิดขึ้นมาก การสร้างความโดดเด่นเพื่อให้ลูกค้าเห็นก่อนคู่แข่งขันเป็นงานสำคัญของธุรกิจที่ต้องการจะเติบโต
ลูกค้า หรือคนต่างชาติอาจจะไม่รู้จักเรา ถ้าไม่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย หรือไม่ได้เห็นข่าวสารของเราผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ
การออกงานแสดงธุรกิจที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย คือหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างความรู้จัก และความน่าเชื่อในแบรนด์ของเรา และแสดงความพร้อมในการทำธุรกิจ
การออกงานแสดงธุรกิจคือการลงทุนระยะยาว เวลาคือเครื่องพิสูจน์ความแข็งแรงของธุรกิจ นักลงทุนจะเชื่อมั่นกับธุรกิจหรือแบรนด์ที่ไปออกงาน
 
ความสำเร็จในการออกงานแสดงธุรกิจคือ
  1. การเลือกงานที่จัดตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจ
  2. เลือกบริษัทจัดงานที่เป็นมืออาชีพ จัดงานมาแล้วหลายปี
  3. งานแสดงที่มีสมาคมแฟรนไชส์ระดับโลกให้การรับรอง
  4. การสนับสนุนของผู้จัดงานในการประชาสัมพันธ์
  5. มีงานจับคู่ธุรกิจ Business Matching และติดตามผล
 
บริษัท จีโนซิส จำกัด คัดเลือกงานแฟรนไชส์ต่างประเทศที่ดีที่สุด ให้กับลูกค้าแฟรนไชส์ไปออกงานทุกๆ ปี และได้รับผลตอบรับที่ดีมาก
โดยในปี 2563 (2020) ในไตรมาสแรก ได้แก่
  • งานแฟรนไชส์ที่ไต้หวัน วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2563
  • งานแฟรนไชส์ที่พม่า วันที่ 6-8 มีนาคม 2563
  • งานแฟรนไชส์ที่โซล เกาหลี วันที่ 26-28 มีนาคม 2563
ทุกงานได้รับการรับรองจาก World Franchise Council และ Asia Pacific Franchise Confederation และทุกงานมีผู้เข้าชมงานมากขึ้นทุกๆ ปี
 
จีโนซิส ขอเชิญธุรกิจแฟรนไชส์ไทยไปออกงานด้วยกันครับ
สนใจไปงานแฟรนไชส์ใดใน 3 ประเทศ
กรุณาติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 089-936-1775 หรือ LINE id: gnosisadvisory
หรือ Email: contact@gnosiadvisory.com
 
 
#จีโนซิส #เคียงข้างสู่ความสำเร็จ #แฟรนไชส์ #แฟรนไชส์ต่างประเทศ #Franchise #InternationalFranchise #FranchiseShows
#Gnosis #Gnosisadvisory

ข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจแฟรนไชส์

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

แฟรนไชส์ ได้เปรียบอย่างไร

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เริ่มหลักสูตร “บ่มเพาะนักบริหารในธุรกิจแฟรนไชส์ รุ่นที่ 14” เพื่อพัฒนานักบริหารในธุรกิจแฟรนไชส์ ให้มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนาองค์กรของตนเองให้มีมาตรฐานมากขึ้น และได้เชิญ คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทจีโนซิส จำกัด เป็นวิทยากรในเรื่อง “ความรู้พื้นฐานด้านแฟรนไชส์” เนื่องจากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์ (ด้านแฟรนไชส์) และการบริหารการเงิน รวมทั้งเป็นผู้ตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 60 คนเป็นผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับคัดเลือกแล้วว่ามีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในระบบแฟรนไชส์

แฟรนไชส์ คืออะไร

คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ ได้บรรยาย “ข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจแฟรนไชส์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน “ความรู้พื้นฐานด้านแฟรนไชส์” โดยสรุปว่า ธุรกิจที่ใช้ระบบแฟรนไชส์ในการขยายธุรกิจนั้น มีข้อได้เปรียบดังนี้

  1. จะลดต้นทุนในการขยายสาขาของตนเอง เพราะผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์ หรือ แฟรนไชส์ซี เป็นผู้ลงทุนเอง
  2. แฟรนไชส์ซอร์ ไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานใหม่เมื่อขยายสาขาเอง การบริหารจัดการง่ายขึ้น แต่จำเป็นต้องสร้างทีมงานสนับสนุนการจัดการกับแฟรนไชส์ซี
  3. ขยายไปสู่ตลาดได้กว้างขึ้น ลดระยะเวลาในการวิจัยตลาดในพื้นที่ใหม่ ๆ และเข้าถึงพื้นที่ด้วยคนในพื้นที่จริง ๆ ซึ่งจะเข้าใจความต้องการในตลาดท้องที่ การปรับกลยุทธ์การตลาดท้องถิ่น (Local Store marketing) ช่วยกับการตลาดจากส่วนกลาง (Corporate Marketing)
  4. ลดค่าใช้จ่ายในการตลาดบางส่วน เช่นเมื่อขยายได้มากกว่า 20 สาขา ตัวสาขาจะโฆษณาตราสินค้าหรือแบรนด์ไปในตัว
  5. มีรายได้ส่วนเพิ่มจากระบบธุรกิจแฟรนไชส์ เช่น รายได้ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ รายได้ค่ารอยัลตี้ กำไรจากการขายสินค้า เป็นต้น
  6. ได้รับข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ผ่านทางแฟรนไชส์ซี เพื่อพัฒนาการบริหาร สินค้า หรืองานบริการให้ลูกค้าและแฟรนไชส์ซีพึงพอใจ
อย่างไรก็ดี การคัดเลือกแฟรนไชสซี เป็นปัจจัยผันแปรกับข้อได้เปรียบข้างต้น หากคัดเลือกแฟรนไชส์ซีที่ไม่ทำตามระบบงานของแฟรนไชส์ ไม่ชำระค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ไม่ซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบจากแฟรนไชส์ซอร์ มีวิธีการทำงานในรูปแบบของตนเอง ทำให้แฟรนไชส์ซอร์ไม่สามารถควบคุมมาตรฐาน หรือคุณภาพของสินค้าและบริการได้ 

สอบถามงานบริการให้คำปรึกษาการสร้างระบบแฟรนไชส์ได้ที่ โทร. 0899361775

Our Services

และโปรดติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ได้อีกช่องทางที่ Facebook.com/Gnosisadvisory

กระบวนการตรวจมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ไทย

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

ยกระดับ แฟรนไชส์ ด้วย มาตรฐาน

นับตั้งแต่ปี 2551 ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำ “เกณฑ์มาตรฐาน คุณภาพแฟรนไชส์แห่งชาติ” เพื่อสร้างองค์กรธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีความเข้มแข็ง และสามารถแข็งขันกับธุรกิจแฟรนไชส์ต่างประเทศได้

เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์จะอิงหลักการแนวทางระบบสากลนิยมของ Thailand Quality Award (TQA) ซึ่งจัดทำขึ้นตามแนวทางมาตรฐานคุณภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (Malcolm Baldrige National Quality Award – MBNQA) ที่เป็นที่ยอมรับและมีการนำไปใช้กว่า70 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นระบบเกณฑ์ที่เน้นการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรธุรกิจของตนให้มีคุณภาพและความเป็นเลิศ

กระบวนการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์กับธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการ มี 3 ขั้นตอนดังนี้


เศรษฐพงศ์ ชี้แจงเกณฑ์การให้คะแนน

คุณเศรษฐพงศ์ บริษัทจีโนซิสจำกัด กำลังอธิบายเกณฑ์การให้คะแนนมาตรฐานแฟรนไชส์ และยกตัวอย่างการเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จำเป็น

  • การประเมินตนเอง (Self Assessment Franchise Test) คะแนนเต็มเท่ากับ 450 คะแนน จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ 320 คะแนน โดยมีคำถามในหัวข้อดังนี้ ข้อมูลแฟนไชส์ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ การสร้างภาพพจน์องค์กร อัตราการทำกำไรของธุรกิจ ชื่อเสียงและแบรนด์ ภาวะการณ์แข่งขันธุรกิจ การจัดกลุ่มเป้าหมาย ลักษณะเฉพาะของธุรกิจ การบริหารจัดการองค์กรและการให้บริการ งบประมาณของธุรกิจ และรูปแบบการจัดร้านค้า
  • การประเมินโดยนักวินิจฉัย (Total Quality Franchise Management) คะแนนเต็มเท่ากับ 1,000 คะแนน จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ 668 คะแนน ซึ่งนักวินิจฉัยจะเข้าไปตรวจสอบ ณ สถานประกอบการ และสัมภาษณ์ทีมบริหารแฟรนไชส์นั้น ใน 7 หัวข้อหลักดังนี้ 1) การนำองค์กร 2) การพัฒนากลยุทธ์ 3)การมุ่งเน้นที่ลูกค้าและตลาด 4)การวัด วิเคราะห์ การจัดการความรู้ 5)การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล 6)การจัดการกระบวนความรู้ และ 7)ผลลัพธ์ทางธุรกิจ
  • เมื่อธุรกิจได้ผ่านการประเมินจากคะแนน SAFT และ TQFM จะมีคณะกรรมการตรวจสอบและพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนออกใบประกาศรับรองมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชยื

คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท จีโนซิส จำกัด คือหนึ่งในทีมวินิจฉัยตรวจคุณภาพแฟรนไชส์ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา และเป็นวิทยากรด้านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในโครงการสร้างธุรกิจเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ (B2B) ตั้งแต่รุ่นที่ 15 จนกระทั่งล่าสุดรุ่นที่ 16 (เริ่มอบรมตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 จนถึงเดือนเมษายน 2557) การสัมนาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 จัดขึ้นเพื่อวางรากฐานธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เข้าใจและเตรียมความพร้อมความมีมาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้น

นอกจากอธิบายเกณฑ์การประเมินมาตรฐานแฟรนไชส์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการสร้างธุรกิจเข้าระบบแฟรนไชส์ B2B รุ่นที่ 16  แล้ว คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ได้ยกตัวอย่างเอกสารสำคัญที่ธุรกิจจำเป็นต้องจัดทำเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เช่นแผนธุรกิจ แผนกลยุทธ์แฟรนไชส์ เอกสารประกอบการตรวจสาขา แผนงานพัฒนาบุคลากร ดัชนีชี้วัดความสำเร็จต่างๆ เป็นต้น

สัมมนา มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์

วิทยากรถ่ายรูปร่วมกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์รุ่นที่ 16 (B2B) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557

เกณฑ์ในการวัด มาตรฐาน แฟรนไชส์ จะดูว่าแฟรนไชส์ซอร์มีการ วางแผน (Plan) ได้ปฏิบัติจริง (Do) ตรวจติดตามผลงาน (Check) และ แก้ไขปรับปรุง (Act) แล้ววนกลับไปที่แผนอีกว่าต้องแก้ไขอะไรอีก ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ข้อมูลจากแฟรนไชส์ซีจะมีส่วนสำคัญที่ต้องนำมาใช้วิเคราะห์ประเมินผลการดำเนินงาน

การวัดผลการดำเนินงานจากตัวชี้วัด จะต้องนำมาเปรียบเทียบกับเป้าหมาย เปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน เปรียบเทียบเกณฑ์ของอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือต้องนำไปใช้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่แผนงานเท่านั้น

อยากสร้างระบบแฟรนไชส์ให้เป็นมาตรฐาน ดูข้อมูลงานให้บริการของจีโนซิส ได้ที่ https://www.gnosisadvisory.com/services/

หรือติดตามอัพเดทความรู้ด้านแฟรนไชส์ได้ที่ Facebook.com/Gnosisadvisory

มาตรฐานแฟรนไชส์ กับการสร้างความสัมพันธ์

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์มองเป็นอันดับแรกคือระบบการปฏิบัติงาน มองถึงคุณภาพของสินค้าและมาตรฐานการให้บริการ มองข้ามการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ (เจ้าของแบรนด์) และแฟรนไชส์ซี (ผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์) คือเกณฑ์ มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่สำคัญมากเช่นกัน

โดยหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพ มาตรฐานแฟรนไชส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จะใช้เกณฑ์เดียวกับ เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ  เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ โดยสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ทั้งนี้ได้มีการปรับเกณฑ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจแฟรนไชส์ โดยทีมที่ปรึกษาโครงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ ปีงบประมาณ 2558 ซึ่งคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด เป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษา และผู้ตรวจประเมินเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์มาตั้งแต่ปี 2553 และได้บรรยายในหลักสูตร เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ ให้กับผู้ประกอบการแฟรนไชส์ วันที่ 8 มิถุนายน 2558


หลักเกณฑ์สำคัญของ มาตรฐานแฟรนไชส์ อยู่ในหัวข้อหลัก 7 ข้อได้แก่

  1. การนำองค์กร  (120 คะแนน)
  2. การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (100 คะแนน)
  3. การมุ่งเน้นลูกค้า (120 คะแนน)
  4. การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (80 คะแนน)
  5. การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (100 คะแนน)
  6. การมุ่งเน้นการปฏิบัติการ (130 คะแนน)
  7. ผลลัพธ์ทางธุรกิจ (350 คะแนน)

คะแนนรวม 1,000 คะแนน คะแนนมาตรฐานคือ 650 คะแนน

เมื่อธุรกิจแฟรนไชส์ได้กำหนดแผนกลยุทธ์โดยมีผู้นำแสดงวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว การดำเนินงานรักษาฐานลูกค้า สร้างลูกค้าใหม่ และการพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า คือการรักษาฐานให้แฟรนไชส์เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การจำแนกกลุ่มลูกค้าและตลาด จะช่วยให้การกำหนดทิศทางกลยุทธ์ธุรกิจตอบสนองได้ตรงประเด็น ตรงใจลูกค้า และความหมายของลูกค้าไม่ใช่เพียงแค่ ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้ใช้บริการเท่านั้น แต่หมายรวมถึง แฟรนไชส์ซี หรือ ผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ไปดำเนินธุรกิจตามที่หวังผลสำเร็จเหมือนกับแฟรนไชส์ซี  ดังนั้นการฟังเสียงลูกค้า (Voice of Customer) และการประเมินความพึงพอใจของลูกค้า การจัดการข้อเรียกร้องต่างๆ ในหัวข้อการมุ่งเน้นลูกค้า (Customer Focus) ในเกณฑ์ มาตรฐานแฟรนไชส์ จะส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ แฟรนไชส์ซี และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล


นอกจากนี้การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (Workforce Focus) อีกหนึ่งเกณฑ์ใน มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและบุคคลในกิจการ ได้แก่การสร้างความผูกพันโดยการเพิ่มคุณค่าของบุคลากร มีการวางแผนอาชีพ (Career Path) การกำหนดลักษณะงาน (Job Description) การพัฒนาบุคลากร เช่นการฝึกอบรม การบริหารค่าจ้างและผลตอบแทน และต้องประเมินความผูกพันของบุคคลทุกๆ ปีด้วย ซึ่งไม่ใช่บุคคลในกิจการเท่านั้น แฟรนไชส์ซี เปรียบเสมือนหุ้นส่วนธุรกิจที่ต้องการพัฒนาเป็นประจำ ทั้งด้านพัฒนาศักยภาพภาวะผู้นำ และการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และทุกครั้งในการพัฒนาจะต้องประเมินผลด้วยว่ามีผลตอบรับเป็นอย่างไร นำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนากลยุทธ์การสร้างความผูกพันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สภาพแวดล้อมในการทำงานจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสร้างผลกำไรได้ เช่นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุในการทำงาน ไม่เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว พนักงานมีความสุขในการทำงาน บรรยากาศส่งเสริมให้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น

ธุรกิจแฟรนไชส์จะดำรงอยู่ได้เมื่อมีความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี หากแฟรนไชส์ซอร์จะหวังรวยอยู่ข้างเดียวปล่อยให้แฟรนไชส์ซีซื้อสิทธิไปแล้วทิ้งขว้าง อนาคตของแฟรนไชส์ซอร์นั้นก็ไปได้ไม่นานหรอก เมื่อจะยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐานต้องยกระดับความสัมพันธ์จนกระทั่งให้เกิดความผูกพันกันได้

แฟรนไชส์ซอร์จะประสบความสำเร็จได้เมื่อแฟรนไชส์ซีประสบความสำเร็จแล้ว นี่คือเกณฑ์ มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่ยอมรับกันทั่วโลก

ติดต่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ให้กับธุรกิจได้ที่ contact@gnosisadvisory.com

หรือกดติดตามที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/

เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์ (วิดีโอ)

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

เทคนิคการตรวจสอบ และเตรียมตัวก่อนซื้อแฟรนไชส์

เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุน ลดความเสี่ยงในการลงทุน และได้รับผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจตามความคาดหวัง ถึงแม้ว่าการลงทุนซื้อธุรกิจในระบบแฟรนไชส์นั้น เป็นธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์ จากการดำเนินงานมาหลากหลาย ลองผิด ลองถูก จนได้เป็น ธุรกิจต้นแบบ ที่เจ้าของแฟรนไชส์นั้น มั่นใจว่า แฟรนไชส์ซีจะสามารถทำตามแล้วจะได้กำไรเหมือนกัน

อย่างไรก็ดี มีอัตราความล้มเหลวของแฟรนไชส์ซี เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เมื่อแฟรนไชส์ซีเลือกซื้อธุรกิจ แฟรนไชส์ ที่ผิดพลาด เช่นไม่ตรงกับความถนัด หรือความชอบ ไม่เหมาะสมกับทำเลที่ตั้งที่มีอยู่ ไม่รู้จักแบรนด์แฟรนไชส์นั้นว่ามีลูกค้ากลุ่มใด ลงทุนมากเกินไป เป็นต้น

รายการ SME Clinic โดยธนาคาร กรุงเทพ ได้สัมภาษณ์ คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ในหัวข้อ เทคนิคการตรวจสอบ และเตรียมตัวก่อนซื้อแฟรนไชส์ เป็นส่วนหนึ่งของตอน “ก้าวสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ จะเริ่มต้นอย่างไร”

ประเด็นพูดคุย ได้แก่

  • เทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในปัจจุบัน (ปี 2560)
  • เทคนิคการซื้อ แฟรนไชส์  ได้แก่ ระดับความเป็นผู้ประกอบการของแฟรนไชส์ซี การเลือกประเภทธุรกิจ ความชอบความถนัด ทำเลที่ตั้ง ระดับเงินทุน อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ การสอบถามแฟรนไชส์ซีรายอื่นๆ การวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของแฟรนไชส์ซอร์ วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำของเจ้าของแฟรนไชส์ ความสามารถในการทำตลาดของแฟรนไชส์ในอดีตและแผนในอนาคต เป็นต้น

อีกประเด็นสำคัญคือ ความสัมพันธ์ระหว่างแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี ตลอดระยะเวลาสัญญาแฟรนไชส์ มีการวางแผน และการดำเนินงานอย่างไร เพราะงานของแฟรนไชส์ซอร์คือสร้างธุรกิจให้เติบโต และพัฒนาตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แฟรนไชส์ซีสามารถทำกำไร และสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นได้ และแฟรนไชส์ซีจะยินดีชำระค่ารอยัลตี้ ให้กับแฟรนไชส์ซอร์ในการสร้างระบบแฟรนไชส์ให้เข้มแข็ง

ถ้าคุณผู้อ่าน ต้องการจะเลือกซื้อแฟรนไชส์อะไร และต้องการคำแนะนำ สามารถติดต่อมาได้ที่ email: contact@gnosisadvisory.com หรือเขียนข้อความมาที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/

หรือการเตรียมพร้อมธุรกิจ ก่อนสร้างระบบแฟรนไชส์ อ่านบทความนี้ คำถามที่ต้องตอบก่อนขยายแฟรนไชส์

แฟรนไชส์ซี จัดการเงินให้อยู่รอด และเติบโตอย่างไร (วิดีโอ)

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

แฟรนไชส์ซี จัดการเงินอย่างไร

ปัญหาหนักอกของแฟรนไชส์ซีคือ เมื่อลงทุนซื้อแฟรนไชส์มาแล้ว แฟรนไชส์ซี จัดการเงิน และ ดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ทั้งๆ ที่รูปแบบการดำเนินงานจะทำตามเจ้าของแฟรนไชส์แล้วก็ตาม ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านขาดสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจจะเกิดจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ผันแปร หรือปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งถึงแม้ แฟรนไชส์ซอร์จะมีแผนป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ แฟรนไชส์ซีจะต้องปฏิบัติตาม และประเมินผลประกระทบแจ้งให้กับ แฟรนไชส์ซอร์ รับทราบ

ทั้งนี้ รายการ SME Clinic โดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้เชิญ คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ที่ปรึกษาด้านการกลยุทธ์ การเงินธุรกิจ และระบบแฟรนไชส์ มาแบ่งปันความรู้ด้าน จัดการเงินให้อยู่รอด และเติบอย่างไร (ดูวิดีโอคลิปข้างล่าง)

ประเด็นพูดคุยในเทปที่ 1 ได้แก่

  • ปัญหาด้านการจัดการทางการเงินของ แฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี มีความเหมือนและความแตกต่างอย่างไร
  • การหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุน แฟรนไชส์
  • คุณลักษณะแฟรนไชส์ที่ได้รับมาตรฐานแฟรนไชส์ จะช่วยให้ขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น จริงหรือไม่

ประเด็นพูดคุยในเทปที่ 2 ได้แก่

  • เข้าใจโครงสร้างการลงทุน โครงสร้างการเงินของรูปแบบแฟรนไชส์ วิเคราะห์ผลตอบแทน วิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์  ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ ค่าการตลาด เป็นต้น
  • การประเมินเงินทุนหมุนเวียน เพื่อบริหารสภาพคล่อง ตามรูปแบบแฟรนไชส์ (Prototype)
  • การบริหารการเงินของแฟรนไชส์ซี ได้แก่การวางแผน การประมาณการล่วงหน้า กระแสเงินสด การใช้ POS  และระบบบัญชีการเงิน หรือ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)
แฟรนไชส์ซี จัดการเงิน

คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการของ ธนาคารกรุงเทพ เรื่อง การจัดการเงินของแฟรนไชส์ซี ต้องบริหารอย่างไรให้อยู่รอด

 

คุณ เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ แนะนำว่าการบริหารการจัดการเงิน และการดำเนินธุรกิจของ แฟรนไชส์ซี นั้นควรเริ่มต้นทำตามรูปแบบการดำเนินงานที่แฟรนไชส์ซอร์จัดทำโครงสร้างการเงินการลงทุนมาให้ และเมื่อดำเนินงานแล้ว ควรเก็บบันทึกข้อมูลจริง เปรียบเทียบกับข้อมูลประมาณการหรือข้อมูลต้นแบบของแฟรนไชส์ซอร์ ว่ามีความเหมือนและความต่างอย่างไร

วิเคราะห์ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ บริหารกระแสเงินสด โดยจะต้องทำงบประมาณเงินสดล่วงหน้า และสำรองเงินสดขั้นต่ำ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

แฟรนไชส์ซี จะสามารถดำเนินธุรกิจให้อยู่รอด และเติบโตได้

หากมีคำถาม หรือข้อสงสัยประการใด กรุณาติดต่อได้ที่ contact@gnosisadvisory.com 
หรือเข้ามา Inbox ที่ https://www.facebook.com/gnosisadvisory/

ดูงานบริการให้คำปรึกษาของจีโนซิส ได้ที่ https://www.gnosisadvisory.com/services/

สัมมนา เตรียมแฟรนไชส์ โกอินเตอร์

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

ขอเชิญทุกท่านมาเก็บเกี่ยว กลยุทธ์ การเตรียม แฟรนไชส์ โกอินเตอร์
และกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จอย่าง Potato Corner และแบรนด์ แฟรนไชส์ เอเซีย

สัมมนา การเตรียมความพร้อมแฟรนไชส์ ไปสู่ตลาดต่างประเทศ
วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 9.00 น. – 16.00 น.
ณ โรงแรม Siam@Siam Design hotel Bangkok, ถนน พระราม 1 อยู่ตรงข้ามกับสนามกีฬาแห่งชาต

โดย ผู้เชี่ยวชาญด้านเเฟรนไชส์ระดับโลก

1. คุณ อัลเบิร์ต คอง (Albert Kong)
CEO ของบริษัท Asiawide Franchise Consultants ประเทศสิงคโปร์
กูรูแฟรนไชส์ระดับโลก ผู้อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์ดังหลายแบรนด์ในเอเซีย และมีเครือข่ายแฟรนไชส์ระดับโลก ที่จะนำพาธุรกิจไทย พบกับกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการได้

 

 

เนื้อหาส่วนใหญ่จะบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ จะมีสรุปเป็นภาษาไทยโดยผู้เชี่ยวชาญแฟรนไชส์ประเทศไทย คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด

 

2. คุณ มาวิน ดา ซิลวา (Marvin Da Silva) นักการตลาดชาวฟิลิปปินส์ ผู้ปั้นแบรนด์มันฝรั่งทอด Potato Corner แฟรนไชส์ฟิลิปปินส์ ขยายสาขาใน 7 ประเทศนอกจากประเทศฟิลิปปินส์ และตำแหน่งปัจจุบัน International Consultant ของ Gnosis Company Limited ประจำประเทศฟิลิปปินส์ ที่จะให้คำปรึกษาธุรกิจไทยที่จะขยายสาขาแฟรนไชส์ในประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศในกลุ่ม AEC.

Marvin Da Silva, Former General Manager of International Potato Corner.
and International Consultant of Gnosis Company Limited

ติดต่อได้ที่เบอร์ 089 936 1775
สมัครได้ที่
https://goo.gl/9uwBz2

ติดต่อได้ที่เบอร์ 089 936 1775
สมัครได้ที่
https://goo.gl/9uwBz2

ในราคาพิเศษ 13,500 บาทต่อท่าน (จากราคาเต็ม 15,000 บาท)
(รวมเบรค และอาหารกลางวัน)


ชำระผ่านทางบัญชี ชื่อบัญชี “บริษัท จีโนซิส จำกัด”
ธ.กสิกรไทย เลขที่ บ/ช 7412269637
หรือ
ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ บ/ช 2172100063

กรุณาถ่ายหน้าใบโอนเงิน แล้วส่งมาที่บริษัท

contact@gnosisadvisory.com
หรือ โทร. 089 936 1775
หรือ Line ID: 089 936 1775

ความสำเร็จของแฟรนไชส์ Potato Corner ฉลองครบรอบ 25 ปี (2017)

5 ข้อแฟรนไชส์ซอร์ต้องมี แฟรนไชส์ซีควรได้

วันอังคาร, กันยายน 10th, 2562

5 ข้อแฟรนไชส์ต้องมี

ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นแล้วว่าเป็นทางลัดในการสร้างธุรกิจได้เร็วกว่าการเริ่มต้นสร้างธุรกิจด้วยตนเอง ขณะที่การทำธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงและปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจการทำธุรกิจแฟรนไชส์อย่างแท้จริง กล่าวคือ “แฟรนไชส์ซอร์” (หรือเจ้าของธุรกิจที่จะขยายกิจการแบบแฟรนไชส์นั้น) จะเน้นขายเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าแรกเข้า และเก็บค่ารอยัลตี้ ค่าการตลาด โดยไม่ได้สนับสนุนให้เกิดธุรกิจนั้นอย่างจริงจัง นักลงทุนที่ซื้อแฟรนไชส์ (หรือเรียกว่า “แฟรนไชส์ซี”) จะตกหลุมกับคำหวานว่าจะได้เงินคืนทุน และได้ผลกำไรแบบลมๆ ไม่ได้ธุรกิจที่ต้องการ ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากแฟรนไชส์ซอร์ เป็นต้น

ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ใดก็ตาม หรือแม้กระทั่งธุรกิจใดที่ต้องการจะขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ควรคำนึงถึง 5 ปัจจัยที่ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องมี ดังนี้

โครงสร้าง แฟรนไชส์

1. แผนธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ

สิ่งที่แฟรนไชส์ซีปรารถนาในการลงทุนซื้อแฟรนไชส์คือ “รูปแบบธุรกิจ” หรือ Business Model ที่ดำเนินธุรกิจมาระยะเวลาหนึ่งแล้วว่าประสบความสำเร็จทั้งด้านการเงินและชื่อเสียง มีแบรนด์สินค้าเป็นที่ยอมรับ มีสินค้าและบริการเป็นที่นิยม เป็นต้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ธุรกิจควรมีรูปแบบพร้อมให้นักลงทุนหรือแฟรนไชส์ซีดำเนินการได้ตามแนวทางของแฟรนไชส์ซอร์ (ธุรกิจต้นแบบ) ไม่ต้องไปคิดกลยุทธ์หรือแผนงานเริ่มต้นด้วยตนเองอีก

2. คอร์สอบรม และคู่มือปฎิบัติงาน

แฟรนไชส์ซอร์ต้องเตรียมหลักสูตรการอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และกระบวนการปฎิบัติงานต่างๆ ให้แฟรนไชส์ซีฝึกพัฒนาจนสามารถดำเนินธุรกิจได้เหมือนกับแฟรนไชส์ซอร์ ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจลงทุน แฟรนไชส์ซีควรสอบถามระยะเวลาการอบรม ตรวจดูหลักสูตรต่างๆ และเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับระยะเวลาการฝึกอบรม และควรสอบถามว่ามีแผนการอบรมเพิ่มเติม และแผนการดูแลสนับสนุนการดำเนินงานจากแฟรนไชส์ซอร์อย่างไรบ้าง

3. ระบบการตลาด

แฟรนไชส์ซอร์ต้องสามารถแสดงแผนการตลาดที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโต และช่วยให้แฟรนไชส์ซีมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะค่าการตลาดที่แฟรนไชส์ซอร์เรียกเก็บจากแฟรนไชส์ซีนั้นจะถูกใช้ไปกับกลยุทธ์การตลาดต่างๆ อย่างเป็นระบบแบบแผน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จ และนำเสนอแผนการตลาดใหม่ๆ ในอนาคต

4. ระบบเทคโนโลยี

แฟรนไชส์ซอร์ต้องพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือระบบไอทีของตนเองอย่างต่อเนื่องให้มีความรวดเร็ว ปลอดภัยและแม่นยำ ซึ่งสามารถใช้ติดต่อประสานงานกับแฟรนไชส์ซี และใช้ตรวจสอบผลการทำงานเพื่อดูแลสนับสนุน เช่นข้อมูลด้านยอดขาย ข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า ข้อมูลการตลาดเป็นต้น ทั้งนี้ระบบดังกล่าวควรใช้ตรวจสอบข้อมูลภายในของแฟรนไชส์ซอร์เองได้ด้วย

5. เครือข่ายแฟรนไชส์ซี

เป็นข้อพิสูจน์ความแข็งแรงของระบบแฟรนไชส์ของธุรกิจนั้นเลย นักลงทุนรายใหม่ควรมีโอกาสสอบถามความเห็นของแฟรนไชส์ซีปัจจุบันว่าได้รับการดูแลสนับสนุนหรือมีปัญหาใดๆ ในการดำเนินธุรกิจอย่างไร ซึ่งการรวมตัวของแฟรนไชส์ซีหรือเครือข่ายนี้จะพัฒนาอย่างดีเมื่อได้รับความเอาใจใส่ของแฟรนไชส์ซอร์โดยตลอด อย่างไรก็ตามสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ใหม่ๆ อาจยังไม่มีแฟรนไชส์ซีเป็นจำนวนมาก นักลงทุนควรสอบถามแฟรนไชส์ซอร์เกี่ยวกับนโยบายการสนับสนุนเครือข่ายแฟรนไชส์ซีในอนาคตอย่างไร

ทั้ง 5 ข้อข้างต้นแฟรนไชส์ซอร์ต้องมีพร้อม และแฟรนไชส์ซีควรใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน

การตลาด และการประชาสัมพันธ์ แฟรนไชส์

บทความโดย เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์, CFE กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัด

การสร้างระบบแฟรนไชส์มาตรฐาน จะต้องเริ่มต้นจากการวางแผนกลยุทธ์ให้ชัดเจน และมีคู่มือปฏิบัติงาน มีสัญญาแฟรนไชส์ที่รัดกุม และระบบการสนับสนุนแฟรนไชส์ซี รักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน 
สนใจการสร้างระบบแฟรนไชส์ ติดต่อ บริษัท จีโนซิส จำกัด โทร. 0899361775

หรือ https://www.gnosisadvisory.com/services/

ติดตามข่าวสารงานสัมมนาได้อีกช่องทางที่ Facebook.com/gnosisadvisory